CHECK IN CHIANGMAI

นี่เป็นทริปเชียงใหม่ครั้งแรกของกานต์หลังโควิด บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า …. นี่เราอยู่เชียงใหม่หรืออิตาลี!?!! เพราะตอนนี้ ที่เชียงใหม่มีร้านกาแฟเปิดใหม่เยอะมาก ต้องตามไปอัพเดทเช็คอิน อัพรูปลง IG กันหน่อยครับ ทริปนี้ตั้งใจจะไปนั่งคาเฟ่สบายๆ เช็คอินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เพราะเชียงใหม่ มีร้านกาแฟเปิดใหม่ แต่งร้านสวยๆ เยอะไปหมด ปักหมุดเอาไว้แล้วหลายร้านครับ ว่าต้องไปให้ได้ และยังได้ยินมาอีกว่า ที่เชียงใหม่มีร้านคาเฟ่ที่ขายแต่ชาเขียวเปิดใหม่ ฟีลญี่ปุ่นแบบมินิมอล เลยอยากไปลองด้วย

เชียงใหม่แม้จะเงียบ แต่ไม่เคยเหงา มีอะไรใหม่ๆ ให้เราตามติดเทรนด์อยู่เสมอ กานต์ไปกี่ครั้งก็ชอบครับ สบายใจดี ตี้แอ่วป่ะเลอะป่ะเต๋อ มาแอ่วเจียงใหม่ตวยกันเน้อ … หมู่เฮา

เอาเข้าจริง ผมก็คิดถึงเชียงใหม่นะ ไม่ได้ไปซะนาน ตอนหลังเห็นว่าเงียบไปเยอะ เพราะนักท่องเที่ยวหาย ตอนนี้ก็ลุ้นให้คนไทยขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่กันเยอะๆ จริงๆ เชียงใหม่ถือว่าเที่ยวสะดวก เนื่องจากในแต่ละวันมีไฟล์ทบินมาลงเยอะมาก เลือกเวลาได้ตามใจ สามารถเช็คไฟล์ท เวลาบินและสายการบินที่บินลงเชียงใหม่ได้ที่ app Traveloka ได้เลยครับ อย่างทริปนี้ กานต์ เลือกบินกับ THAI Smile Airways เชียงใหม่ทริปนี้จะได้มีเรื่องยิ้มๆ กับเค้าบ้าง หลังเครียดกับโควิดมานาน อยากชวนให้ #เที่ยวไทย กันเยอะๆ ครับ

รอยยิ้มแรกมาแล้ว เพราะทริปนี้ได้จองตั๋วผ่าน Traveloka จึงได้ราคาโปรลดมาหน่อย ถือเป็นการเริ่มต้นทริปที่ดี ถ้าไม่เชื่อลองทำตามผมดูนะครับ ด้วยการเปิด app Traveloka เพื่อหาไฟล์ทและเวลาเดินทางครับ เชียงใหม่มีไฟล์ทให้เลือกเยอะ ดังนั้น สิ่งที่เราจะดูต่อมาคือเรื่องของเวลาเดินทาง ตามแต่สะดวกเลยครับ ถ้ามีเวลาไม่มาก อาจจะยอมตื่นเช้าหน่อย กลับดึกหน่อยก็จะเที่ยวได้เยอะขึ้น แต่ส่วนมากผมดูจากราคาเป็นหลักด้วย สายการบินไหนมีโปรโมชั่น ลดมากน้อยแตกต่างกันไป แต่โดยปกติใน Traveloka ก็มักจะมีราคาโปรโมชั่นพิเศษนำเสนอให้เป็นทางเลือกอยู่แล้วครับ อย่างผมก็เลือกบินกับ THAI Smile Airways จำได้ว่ามีโปรลดร่วมกับ Traveloka พอดี

สายการบินไทยสมายล์เช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมินะครับ แถว D ช่วงนี้สนามบินยังคงเข้มเรื่อง Social Distancing กันอยู่ อย่าลืมพกหน้ากากอนามัยก่อนออกจากบ้านกันด้วยนะครับ แต่เท่าที่สังเกต เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดในสนามบินก็ดูแลเรื่องความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูอยู่บ่อยๆ พลอยมั่นใจได้ในเรื่องการเดินทางครับ

สายการบินไทยสมายล์ THAI Smile Airways เป็นสายการบินที่ผมค่อนข้างชอบใช้บริการ พอๆ กับการบินไทย Thai Airways ที่นั่งกว้างนั่งสบาย ใต้ที่นั่งด้านหน้าสามารถสอดกระเป๋าสัมภาระขนาดไม่ใหญ่เอาไว้ได้ โดยมาก ผมเปิดกระเป๋าบ่อย ยาดมบ้างละ หูฟังบ้างละ สะดวกดีครับ

ขณะนี้ลูกเรือกำลังสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ชูชีพ โปรดให้ความสนใจขณะลูกเรือกำลังสาธิตด้วยค่ะ

คุณกานต์ขอถ่ายรูปแปบครับ

ลูกเรือสายการบินไทยสมายล์จะมีการป้องกันตนเองตามระเบียบครับ ทั้งถูกมือ หน้ากาก เฟสชิลด์ สร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร นอกจากนี้ ไทยสมายล์ ยังเป็นสายการบินเดียวที่ผมเคยขึ้นแล้วเห็นว่ามีการแจกเจลล้างมือก่อนขึ้นเครื่องให้กับผู้โดยสาร

ระหว่างเดินทางจะไม่มีการเสิร์ฟขนม น้ำ อาหาร หรือของว่างเหมือนช่วงปกติ และไม่มีนิตยสารให้อ่าน มีเพียงแผ่นพับคู่มือความปลอดภัย ตรงนี้เป็นเหมือนกันทุกสายการบินครับ แต่ที่ต้องชมคือการวางขวดน้ำให้ผู้โดยสารหยิบติดมือก่อนลงจากเครื่อง เหมือนกับเข้าใจว่านั่งเครื่องราวๆ ชั่วโมงกว่าๆ ต้องการมีหิวน้ำคอแห้ง เกิดขึ้นแน่นอน ตรงจุดนี้ประทับใจผมมากครับ

กัปตันแลนดิ้งตรงเวลาเป๊ะครับ สมกับที่เป็นสายการบินยอดเยี่ยม ทำให้ทริปนี้ ทำเวลาเที่ยวได้ดีมาก

อย่างร้านแรกที่ต้องรีบมาเพราะว่า ถ้าสายไปจะคนเยอะมาก ร้านกาแฟสุดเท่ห์แห่งใหม่ของนิมมาน ชื่อร้าน Yelloo.th ใครเช่ารถมาแนะนำว่าให้จอดที่ one nimman ฝั่งตรงข้ามแล้วเดินข้ามถนนมา ร้านสีขาว หาไม่ยาก

ตรงนี้คือมุมมหาชน หน้าร้านคือจุดที่คนชอบถ่ายรูป เราต้องขอสักหน่อย


จุดเด่นของร้านนอกจากการตกแต่งที่เน้นสีขาวขอบทองแล้ว ก็เห็นจะเป็นกาแฟที่คั่วเอง มีให้เลือก 2 แบบ คือ Panama Finca Lerida – Natural เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟรสเปรี้ยวแบบผม และ Thailand Pangkhon – Coconut fermentation ตัวนี้จะหอมผลไม้ รวมถึงร้านนี้ไซรัปส้มที่เคี่ยวเอง ทำให้ได้กลิ่นส้มที่หอมไหม้นิดๆ ผมสั่งเป็น Black Balance รสชาตดีเลยทีเดียวครับ

 

The Baristro at Ping river เป็นอีกร้านที่อยากมา เพราะว่าได้ไป The Baristro at Sriracha แล้วชอบ ร้านแต่งเหมือนกัน มีความปูนเปลือยดิบๆ เท่ห์ๆ พร้อมบาริสต้าสุดหล่อ อีกด้านจะเป็นมุมกาแฟดริป สโลว์บาร์ นั่งคุยกับบาริสต้าได้เพลินๆ จุดที่สั่งกาแฟจะคนไม่เยอะ นั่งสบายๆ แต่ถ้าอยากได้รูปสวยต้องสั่งแล้วยกไปทานที่บ้านริมน้ำปิงครับ

ตั้งใจใส่ชุดมาให้สีแมทช์กับร้าน มีความสัจจะวัสดุ สีออกเทาๆ ของปูนดิบ ให้ฟีลวินเทจนิดๆ โดยรวมคือชอบ โดยเฉพาะมุมถ่ายรูปที่มีเยอะมาก สามารถอัพไอจีได้ถึงปีหน้า

บ้านริมน้ำปิงจะซอยเป็นห้องเล็กห้องน้อยผมชอบครับมีความเป็นส่วนตัวดี แต่อาจจะเสียงดังไปหน่อย เพราะคนเยอะ ก็พอเข้าใจได้

เข้าโรงแรมเอากระเป๋าไปเก็บกันก่อน จะได้พักผ่อนด้วย โรงแรมของเราทริปนี้คือ U Chiang Mai จองผ่าน app Traveloka ได้เช่นกันครับ

ผมแฟนเครือ U Hotels & Resorts อยู่แล้ว มิพักต้องบอกถึงความประทับใจ ทั้งการออกแบบตกแต่งที่พัฒนามาจากจวนหรือบ้านพักผู้ว่าราชการเดิมในอดีต นำมาปรับปรุงเป็นส่วนต้อนรับ ร้านอาหาร ห้องสมุดและสปา ส่วนอาคารที่เราพักจะอยู่ด้านใน ขนาดไม่ใหญ่ครับ 41 ห้อง เป็นโรงแรมที่คลาสสิคมาก และอยากพักมานาน อยู่ย่านเมืองเก่าใกล้ประตูท่าแพ ถนนคนเดิน วัดเจดีย์หลวง เดินเที่ยวได้ง่ายๆ

อ่อ ทางโรงแรมมีจักรยานให้ยืมปั่นรอบๆ เมืองด้วยครับ

ส่วนตัวหลงรักบ้านโบราณหลังนี้มาก ขึ้นบันไดมาชั้น 2 จะเป็นในส่วนของสปา กับห้องสมุด นั่งพักสบายๆ อ่านหนังสือได้ทั้งวัน เหมือนกับอยู่บ้านตัวเอง

ในส่วนของห้องพักก็เรียบหรูดูโมเดิร์น สไตล์ยูครับ มีการนำลวดลายแบบล้านนา มาประยุกต์ใหม่ ตัดทอนความซับซ้อนให้กลายเป็นลวดลายร่วมสมัย แต่ที่ชอบเห็นจะเป็นโทรศัพท์ภายในแบบโบราณ ดูเข้ากับบ้านพักดีครับ สำหรับคืนนี้นอนสบายเหมือนเคย เพราะยูมีโปรแกรมหมอนให้เลือกด้วย ส่วนตัวเป็นคนนอนหมอนแข็งครับ

ห้องที่พักจะเป็น Pool Access ซึ่งจะมีด้วยกัน 5 ห้อง สามารถทานอาหารเช้าในสระได้สบายๆ ตามคอนเซปต์ของยูคือ อาหารเช้าจะทานที่ไหนก็ได้ เมื่อไรก็ได้ แจ้งพนักงานไว้ได้เลยครับ

ช่วงสาย ผมขับรถออกไปทางสันผีเสื้อ ไปหาชาเขียวอร่อยๆ ดื่มกันครับ ตั้งใจว่าทริปนี้จะไปร้านนี้ให้ได้ชื่อว่าร้าน Matchappen เป็นร้านขายชาเขียวล้วนๆ ส่วนใครอยากดื่มกาแฟสามารถสั่งได้ที่คาเฟ่ดินดิน ซึ่งอยู่ติดกันได้

ร้านตกแต่งสไตล์มินิมอลสีขาว เอิร์ท เน้นความโล่งโปร่งสบายๆ มุมถ่ายรูปเพียบ!

อ๊ะ!! สักหน่อย ว่าซั่น!! ถ่ายรูปกันสักใบระหว่างรอชาเขียวคาราเมล อร่อยมากหอมมัจฉะ ปะปนมากับน้ำตาลไหม้ แนะนำให้สั่งเลย ส่วนใครชอบเปรี้ยวฉ่ำ ขอแนะนำชาเขียวยุซึ ก็อร่อย หอมส้มดี

ร้านนี้คนเข้าเรื่อยๆ เรียกว่าฮอตพอตัว แม้จะอยู่นอกเมืองไปสักนิดเราก็ยังดั้นด้นกันมา ดีที่มีรถเช่า อ่อ!! ดูจาก app Traveloka ได้เลยนะ ขับมาทางรวมโชค ย่านขายหวย 555 ตรงไปหมู่บ้านล้านนาวิลล่า หาไม่ยากครับ

ร้านชาเขียวว่าไกล เจอทองมาสตูดิโอ เข้าไป ไกลกว่าอีกครับ คาเฟ่ที่ไม่ลับแต่อยู่ลึก อยู่แถวแม่ริมทางไปม่อนแจ่มแต่เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกพอประมาณ ถ้าวันฝนตกอย่าไป เพราะทางแฉะมาก แต่ร้านคือสวยดี มีความอาร์ตของงานศิลปะปูนปั้นที่วางกันเรียงราย ในร้านบ้าง ตามสุมทุมพุ่มไม้บ้าง เหมาะแก่การมาถ่ายรูปเพลินๆ ครับ

สั่งชาเขียวมาลองดื่ม เพราะเห็นบรรยากาศร้านนี้มีความเขียวๆ ถ่ายรูปแล้วดูเข้ากัน ชาเขียวรสชาตดีครับแต่อาหารไม่ได้สั่ง ราคาค่อนข้างสูงพอสมควร

Thongma Studio เหมาะมาถ่ายรูปชิคๆ แล้วรีบกลับ อาจจะนั่งนานมากไม่ได้ เพราะยุ่งเยอะ ต้องรีทัชตุ่มยุงกันออกจากหน้า เพราะปูดมาก รับไม่ได้ 555

ทางร้านมีแจกซอฟท์เฟลให้ แต่เอาไม่อยู่จริงๆ

ใครมีรถและพอมีเวลา แนะนำให้ขับออกไปทางแม่แตงไปชมวิถีชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืนที่ PUR Farm ของ PUR Projet ซึ่งเป็นโปรเจ็คระดับโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ในปารีส เพื่อที่จะได้ศึกษาเรียนรู้ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานผ่านการทำเกษตรกรรม เป็นการเพิ่มขีดความสามารถให้เกษตรกรของไทยแบบครบวงจร ทั้งการปลูกพืชผัก การอนุรักษ์ต้นไม้ การเลี้ยงสัตว์ เพื่อนำไปสู่การมีวิถีชีวิตแบบยั่งยืน ในขณะเดียวกัน โครงการนี้ได้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สร้างโอกาสการจ้างงานสำหรับคนในท้องถิ่น และส่งเสริมวิถีชีวิตในการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

จากนั้นไปไร่ชา Araksa Tea Garden กันเลยครับ “Araksa” ไร่ชาอรักษ (อ่านว่า อะ-รัก-สะ) มาจากภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “รักษาให้คงอยู่” เป็นไร่ชาออร์แกนิกที่รายล้อมด้วยขุนเขา บรรยากาศดีมาก สวยงาม หากได้มาใช้ชีวิตอยู่กลางไร่ชาแบบนี้ทุกวัน คงเป็นเรื่องที่เกินจะฝันมาก ยิ่งได้ทราบว่า ปรัชญาของไร่ชาอรักษ คือการรักษาและอนุรักษ์ทั้งสภาพแวดล้อม ธรรมชาติล้อมตัวให้คงอยู่ไว้ ยิ่งทำให้รู้สึกว่า การทำอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมที่ดี จะทำให้ชีวิตเราดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน ทว่าเรียบง่ายมากๆ ครับ

Araksa Organic Tea คือ ชาออร์แกนิคที่มีกรรมวิธีการปลูกแบบธรรมชาติ 100 % ด้วยทุกกระบวนการขั้นตอนตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บใบชา และการผลิตชา ล้วนมาจากวิธีธรรมชาติ

ที่นี่ยังเปิดโอกาสให้เราได้เดินเที่ยวชมไร่ชาและลองเก็บชาด้วย จากนั้นก็ไปทำ Tea testing กัน ซึ่งก็ทำให้รู้เลยครับว่า ชา Araksa ทุกตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะ มีรสชาติละมุน และเข้ม หอม แตกต่างกันไป สามารถเข้าถึงทั้งรสและกลิ่นจากชาออร์แกนิคขนานแท้ 100 % เพราะที่นี่นำเสนอวัฒนธรรมการคั่วชาในท้องถิ่นด้วยการคั่วมือซึ่งใช้เวลาทำนานมาก และได้ปริมาณน้อย คือใบชาจำนวน 1 กิโลกรัมเมื่อผ่านกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนจะเหลือน้ำหนักชาจริงๆ เพียง 2 ขีดเท่านั้น จึงไม่ต้องแปลกใจหากใบชาของที่นี่จะราคาสูงกว่าชาตลาดทั่วไป

ค่ำนี้ มีนัดดื่มที่บาร์สุดเท่ห์ครับ ผมก็เพิ่งรู้มาก่อนว่าที่โรงแรม Anantara Chiang Mai Resort มีบาร์ (สาย) ลับ อยู่ด้วย บรรยากาศทางไปห้องอาหารช่วงหัวค่ำคือสวยมากครับ อาคารนี้เป็นอาคารเก่าตั้งแต่ปี พ. ศ. 2464 อดีตเคยเป็นสถานกงสุลอังกฤษประจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเกิดจากสนธิสัญญาเชียงใหม่ ที่รัฐบาลอังกฤษขณะนั้นทำไว้กับรัฐบาลสยาม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของอังกฤษในการเจรจาเรื่องการค้าไม้สักในหัวเมืองล้านนา ตอนนี้ปรับมาเป็นห้องอาหารและบาร์ชื่อ The Service 1921 – Restaurant & Bar Chiang Mai 

เมื่อเข้ามาจะพบกับบรรยากาศคล้ายบาร์อังกฤษที่เท่ห์มาก พนักงานสวมชุดคล้ายทหารอังกฤษ วางคอนเซปต์ของที่นี่ให้เป็นที่บัญชาการลับของทางการอังกฤษ เอาไว้วางแผนต่างๆ ดูลึกลับและมีสตอรี่ดีครับ

ดูแท่นบัญชาการเสียก่อน เท่มากเลยครับ ที่นี่จะเสิร์ฟเครื่องดื่มที่คิดค้นมาเฉพาะ โดยมีการตั้งชื่อและเบลนด์ให้เข้ากับเรื่องราวของราชวงศ์อังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น ควีนอลิซาเบธ โปรดการดื่มชา ก็มีการนำเครื่องดื่มมาพรีเซนต์ในถ้วยชาอังกฤษ ที่ฤทธิ์แอลกฮอลล์ไม่ธรรมดาชื่อว่า Queen Elizabeth นอกจากนี้ยังมี British Consulate , Duchess of Chiang Mai , Duchess of Sussex เก๋มากกกกกกก น่าดื่มหลายตัวเลย

QUEEN ELIZABETH

 

ผมเป็นคนชอบหนังสายลับเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยรู้สึกสนุกกับการมานั่งบาร์ ฟีลเหมือนเรื่อง Kindsman เลย ร้านทำออกมาได้เท่ห์และลงดีเทลมาก อย่างซองสีน้ำตาลข้างหน้าโต๊ะ ก่อนหน้านี้เคยเป็นซองเอกสารลับ เหมือนเป็นภารกิจ Top Secret ประมาณนี้ เมื่อเปิดซองออกมาจะเป็น … เมนู

เด็ดที่สุดคือไฮไลท์ที่ซ่อนอยู่ในห้องด้านในของบาร์บนชั้น 2 เป็นห้องลับ เหมือนในหนังเลยครับ หลังชั้นหนังสือจะมีประตูกลซ่อนอยู่ ดูเผินๆ จะมองไม่ออก เหมือนเปิดตู้ไปจะเจอประตูเหล็กอีกชั้นกั้นไว้ ก่อนจะเข้าไปยังห้องประชุมลับ

โอ๊ยยย เท่ห์มาก บาร์นี้ สนุกจัง

ตกแต่งให้เหมือนศูนย์บัญชาการลับ เป็นฐานทัพอังกฤษในล้านนา มีการวางแผนเส้นทางการรบไว้เป็นฉาก พร้อมกับโต๊ะทานอาหารขนาดใหญ่คล้ายโต๊ะประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ

เลยขอทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการรบเสียเลย

แต่ตอนนี้เรื่องรบคงต้องพัก … แต่เรื่องรักคงต้องสู้ต่อ

อ่ะ กลับมาร้านคาเฟ่ ฮอปปิ้งกันต่อ เช้านี้เรามากันที่แถวสันป่าข่อย ย่านขนมจีนชื่อดัง ตรงจากสะพานมา 2 ไฟแดง จะเจอกับคาเฟ่ชื่อดังของนิมมาน ซึ่งมาเปิดสาขาใหม่ ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมที่นี่ คือ GRAPH contemporary

ทางเข้าดูจากภายนอกเหมือนไม่ใหญ่ แต่เข้าไปด้านในคือว้าวและใหญ่มาก ออกแนววินเทจเฟรนซ์โคโลเนียล ลอฟ์ท 555 หลายสไตล์จัง เหมือนหลุดเข้าไปในหนังยุค 1920

มา GRAPH ทีไร ผมชอบดื่มกาแฟชาโคลด์ทุกที หรือชื่อเมนูว่า Monochrome

ร้านออกแบบได้ดูดิบเท่ห์ แต่มีสไตล์ ร้านขนาดใหญ่ 2 ชั้น เรียกได้ว่าถ่ายรูปได้ทุกมุมจริงๆ คล้ายกับแกลอรี่ มีการจัดแสดงภาพเขียนของสะสมมากมาย

ร้านสวยยอมใจ ใครไปเชียงใหม่ควรแวะ

GRAPH ตีโจทย์ใหม่ให้กับวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่ไม่ใช่แค่ Third Palce แต่ต้องเป็นสถานที่สร้างแรงบันดาลใจ ไอเดียใหม่ๆ จุดประกายความคิด เป็นคอมมิวนิตี้ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ระหว่าง ร้าน ลูกค้า และกาแฟ

ตรงกลางร้านจะเป็นเค้าท์เตอร์บาร์ ซึ่งบาริสต้า สามารถเดินรอบวงได้ เพราะยืนชงกันจากด้านนอก แตกต่างจากร้านทั่วไป เพื่อให้เชื่อมต่อกับลูกค้าได้ง่าย ไม่แตกแยก ความยากคือการออกแบบให้ได้ฟังก์ชั่นการทำงานของบาริสต้า ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า ไม่รกรุงรังจนเกินไป

ยอมใจไอเดียมากเลยครับ

เดินข้ามถนนมาเลยไฟแดง ใกล้ร้านซาลาเปาวิกุลพาณิชย์จะเป็นร้านกาแฟอีกแห่งที่ฮิตไม่แพ้กัน นั่นคือ TOMATO.cafe.cnx หน้าร้านดูเล็กๆ แต่ข้างในคือใหญ่และกว้างมา

ร้านตกแต่งแบบคุมโทนขาวสายไอจีน่าจะชอบเพราะถ่ายรูปแล้วสวย มีมุมให้เลือกนั่งเยอะ ทั้งชั้นบนและชั้นล่างรวมถึงด้านนอกแบบเปิดโล่งกลางสวนสไตล์มินิมอล มีมุมซิกเนเจอร์เป็นผนังเจาะช่องเข้าไปให้มารอถ่ายรูปกัน คนต่อแถวเยอะมาก

สั่ง Drink of the month มาดื่ม ชื่อว่า “เจริญเมือง” คล้ายๆ กับทีรามิสุ เวอร์ชั่นดื่มได้ รสชาตดี ออกหวานไปนิด แต่สั่งมาถ่ายรูปคือสวยดี เค้กเป็นแครอท เนื้อหยาบ มีความกรุบกรึบของเนื้อแครอท โดยรวมทานไม่หมด เพราะค่อนไปทางหวาน ให้คะแนนเรื่องบรรยากาศคือดีย์

รอยยิ้มเกิดขึ้นมากมายในทริปนี้ เป็นทริปเชียงใหม่ที่ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็รู้สึกสบายใจ เหมือนได้กลับบ้านมาพักผ่อนชาร์จแบต ได้ทานอาหารอร่อยๆ ดื่มกาแฟในบรรยากาศสบายๆ ใช้เวลาอยู่กับมิตรสหายที่ไม่ได้เจอกันมานาน

เป็นการเดินทางที่อบอุ่นและมีความสุขมาก ว่าแล้วก็อยากมาอีก เปิด app Traveloka จองตั๋วทริปหน้าไว้เลยดีกว่า ^ ^