Soneva Kiri : Chapter 3 North Beach


Soneva Kiri
เกาะกูด ตั้งอยู่บริเวณแหลมโป่งหลักอวน ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งของเกาะกูดที่มีความสวยงาม ด้วยความที่ภูมิศาสตร์อยู่บนพื้นที่โค้ง ส่งผลให้ Soneva Kiri มีวิวทิวทัศน์ให้ชมค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะการจัดให้มีมุมชมพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติกเป็นการเฉพาะที่ The View แต่หากจะเล่นน้ำทะเลหรือทำกิจกรรมทางชายหาด ทางรีสอร์ตได้เพิ่มบริการสุด Exclusive ด้วยหาดส่วนตัว คือ North Beach ซึ่งต้องนั่งสปีดโบ๊ทออกไปราว 10 นาที

เกาะแรด มองจาก The View

เช้านี้ Ms.Friday นัดเวลาตื่นเช้ากว่าทุกวัน เพราะจะพาไปดำน้ำที่เกาะแร่ดซึ่งอยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ตนัก การขานเวลาของที่ Soneva Kiri ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะครับ ทันทีที่เราเข้ามาเหยียบบนเกาะ เวลาของที่นี่จะเร็วกว่าปกติ 1 ชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น หากนัดเจอกันที่ท่าเรือตอน 10 นาฬิกา Soneva Time นั่นคือเวลา 9 นาฬิกาเวลาประเทศไทย นัยเพื่อจะให้แขกผู้เข้าพักได้เข้านอนเร็วขึ้นและตื่นเช้ากว่าปกติ 1 ชั่วโมง ดังนั้น เมื่อไปด้วยกันหลายๆ คนแล้วมีการนัดหมายกันควรปรับนาฬิกาให้ตรงกัน จะได้ไม่สับสนและเข้าใจเหมือนกัน ไม่มีการผิดนัด

เช้านี้ก็เช่นกันครับ

10 โมง Soneva เราจะไปขึ้นสปีดโบ๊ทเพื่อไปดำน้ำชมความงามของโลกใต้ทะเลที่ เกาะแรด ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะกูดประมาณ 500 เมตร ที่นี่จะเป็นการดำน้ำตื้น Snorkeling และใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติอย่างเต็มที่ โดยที Mr.Friday คอยดูแลครับ

เสน่ห์ของเกาะกูดอย่างหนึ่งคือความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรและธรรมชาติครับ เพราะเป็นเกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราด การเดินทางอาจจะไม่ได้สะดวกสบายนัก สำหรับรีสอร์ตทั่วไป ยกเว้น Soneva Kiri ที่มีเครื่องบินส่วนตัวบินมาลง แต่นั่นก็ทำให้เกาะกูดและเกาะพื้นบ้านย่านใกล้เคียงยังคงความสวยงามและเงียบสงบจนได้รับการขนานนามให้เป็น “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก”

เกาะกูดมีทั้งบรรยากาศของภูเขาและที่ราบสันเขา ซึ่งเป็นต้นกำเนิด สายน้ำ ลำธาร ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง นอกจากนี้ เกาะกูด ยังมีสถานที่ ท่องเที่ยว ที่เป็นหาดทรายและทะเลน้ำใสมากมาย ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปพักผ่อนทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ มีแนวปะการัง และปลาสวยงามนานาชนิด กิจกรรมดำน้ำจึงเป็นกิจกรรมที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าพัก และที่สำคัญหากเราไปเร็วตามเวลา Soneva Time ก็ทำให้เลี่ยงเรือจากรีสอร์ตอื่นๆ ที่มักจะมากันช่วงใกล้เที่ยงได้อีกด้วยครับ

ใช้เวลานั่งเรือไม่นาน เราก็มาถึงยังจุดดำน้ำกันแล้วครับ

โลกใต้ทะเลเป็นแดนสนธยาที่งดงามเหลือเกินครับ จริงๆ ใกล้ๆ เกาะกูดมีจุดดำน้ำสวยๆ คือที่เกาะรัง เกาะยักษ์เล็ก แล้วไปนั่งพักเหนื่อยแถวหาดศาลเจ้า ซึ่งกานต์เคยไปมาแล้ว 2 ครั้งครับ ซึ่งก็ตื่นตาตื่นใจเพราะเต็มไปด้วยปลาสวยงามนานาชนิด สัตว์น้ำและปะการังสวยงาม ส่วนแพลนของเราเที่ยงนี้จะไปทานอาหารกลางวันที่ North Beach เลยคิดว่าไม่ไปไกลๆ จะดีกว่า

จากเกาะแรด ใช้เวลาบนสปีดโบ๊ทไม่ถึง 10 นาที เราก็มาถึงที่ North Beach กันแล้วครับ ซึ่งหากใครจะมาจากรีสอร์ตก็แสนสะดวกครับ เพราะมีเรือออกจากท่าเรือของรีสอร์ตมายัง North Beach อยู่ตลอดเวลา คุณผู้หญิงอย่าลืมเตรียมหมวกปีกกว้างและครีมกันแดดมาด้วยนะครับ

ท่าเทียบเรือของ North Beach

เรือจะมาส่งที่ท่าตรงนี้ จากนั้นจะต้องเดินมาเองนะครับ ระยะทางก็พอเหนื่อย แต่ก็ถือเป็นการวอร์มอัพไปในตัว เพราะว่าที่ North Beach เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางน้ำมากมาย มีบริการไม่คิดค่าใช้จ่ายครับ

ว่าแล้วเราก็ต้องไปเล่น Paddle Board กันสักหน่อย … 

นอกจาก Paddle Board แล้วที่นี่ยังเป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางน้ำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพายเรือคายัค วอลเลย์บอลชายหาด แล่นเรือใบ อยากเล่นอะไรก็แจ้ง Staff ได้ครับ มีคนคอยให้คำแนะนำและดูแลอยู่ตลอด

หาดที่ North Beach ในความเห็นของผมคือสวยงามมากครับ ทรายละเอียดสีขาวขุ่นราวกับแป้ง มีความตัดกันของสีสันโทนเย็นไม่ว่าจะเป็น สีเขียวจากต้นไม้ สีฟ้าจากน้ำทะเล สีขาวของทราย แล้วแซมด้วยสีเหลืองอ่อนๆ ของเดย์เบดชายหาด เสียดายที่มาตอนเที่ยง ถ้ามาช่วงเย็นน่าจะสีเทอวควอยซ์เด่นกว่านี้ แต่กระนั้นก็ถือว่างามมากๆ แล้วครับ เล็ง เปลญวนกลางทะเลเอาไว้ เดี๋ยวบ่ายๆ จะมานั่งถ่ายรูปจาก Top View

บรรยากาศคือดี มีลมพัดปะทะแนวยอดมะพร้าวพลิ้วไหวไปตามลม มีจุดน้ำกร่อยที่เชื่อมกับคลองด้วยครับ ซึ่งเราจะต้องเดินอ้อมข้ามสะพานนี้มาก่อน เพื่อมาที่ North Beach

ผมสั่งเครื่องดื่มจากบาร์มาดื่มให้ชื่นใจ หลังจากเล่น Paddle Board มาได้สักพัก

จากนั้น ก็ได้เวลาทานอาหารเที่ยงครับ ที่ North Beach มีบาร์และครัวปรุงสดๆ กันที่นี่เลยครับ วัตถุดิบสดใหม่ โดยเฉพาะอาหารทะเล ไม่ต้องพูดถึง ส่วนผักนั้น ปลอดสารเพราะปลูกเอง กานต์เขียนไว้ใน Chapter 6 Sustainable Life ครับ ส่วนในห้องกระจกจะเป็นไลน์สลัดบาร์ สามารถไปตักทานเองได้เลย ส่วนเมนูอื่นๆ นั้นสั่งได้จากบริกรครับ

ผมสั่งอาหารหลากหลายแนวทางลองทานครับ มีทั้งสลัดที่คลุกเองจากไลน์สลัดบาร์มา สั่งพิซซ่ามาทานเพราะเป็น Signature Plate ของที่นี่ แถมยังมีกะเพราซีฟู๊ดขอไปว่า “เผ็ดๆ” และสั่งไก่ย่างหนังกรอบ มาทานเพื่อบรรเทาความแสบร้อน เป็นการสั่งอาหารที่ดูย้อนแย้ง แต่อร่อยครับ ส่วนเครื่องดื่มเป็นม็อคเทลสมุนไพรแบบไทยๆ ชื่นใจดีครับ

Lunch at North Beach

เห็นสีฟ้าแบบนี้แล้ว หลายคนคงอยากจะมาถ่ายรูปที่นี่แน่นอนครับ ซึ่งก็ต้องบอกว่าไม่ผิดหวัง เพราะนอกจากความเป็นส่วนตัวของชายหาดที่ทำให้ได้มุมไม่ซ้ำใครแล้ว ยังมีความสวยงาม เป็นธรรมชาติมาก 

ปิดท้ายกันด้วยภาพนี้ครับ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่มัลดีฟส์ ยังไงยังงั้น มีความเข้ากันของฟ้าและน้ำทะเลที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ตรงนี้เป็นจุดรอเรือมารับครับ แต่ก็ไม่วายมีเดย์เบดเอาไว้ให้นั่งๆ นอนๆ ผ่อนคลาย รับลมเย็นสบายจริงๆ เสียดายที่เราไม่สามารถอยู่ North Beach ได้ถึงช่วงเย็น เพราะบ่ายสี่ เรามีจองดื่มกาแฟเอาไว้ที่ Treepod ซึ่งเรียกว่าเป็น Don’t Miss ของที่ Soneva Kiri ติดตามใน Chapter 4 นะครับ

 

Soneva Kiri

Chapter 1 : At the Beginning 

Chapter 2 : The Villas

Chapter 3 : North Beach

Chapter 4 : Don’t Miss

Chapter 5 : Eat Up!

Chapter 6 : Sustainable Life