Soneva Kiri : Chapter 4 Don’t Miss!!

Soneva Kiri เกาะกูด มีฐานความคิดมาจาก “Intelligent Luxury” เหมือนที่กานต์เคยเขียนไว้ใน Chapter 1 : At the Beginning เป็นการมอบประสบการณ์อันเลอค่าให้กับผู้เข้าพัก เพราะธุรกิจโรงแรมรีสอร์ตคือพื้นฐานของการให้บริการ เป็นนามธรรมที่อธิบายเป็นตัวอักษรได้ยากกว่ารูปธรรม ดังนั้น ความยากของงานที่เป็นนามธรรมเช่นนี้ คือการลงมือทำให้เห็นผลดีที่สุดนั่นเอง เราจึงได้สัมผัสกับบริการสุดพิเศษที่หลากหลายตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าพัก ตั้งแต่การจัดเครื่องบินส่วนตัวบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิไปลงยังเกาะไม้ซี้ โดยลดระยะเวลาการเดินทางเหลือเพียงแค่ชั่วโมงนิดๆ จากนั้นก็จะมี Mr.&Ms.Friday คอยดูแลแบบ Personal Butler ตลอดการเข้าพัก การเปิดชายหาดส่วนตัวที่ North Beach พร้อมกิจกรรมที่หลากหลาย ตลอดจนการให้บริการอาหารด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่ ปลอดสารด้วยการสร้างโรงเพาะปลูก และจัดระบบนิเวศน์ของรีสอร์ตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหล่านี้คือ Rare Experiences ที่เป็นเอกลักษณ์และยากต่อการเลียนแบบ

Treepod

Treepod ก็เป็นอัตลักษณ์หนึ่งที่เราพบเห็นใน Soneva Kiri ครับ มีลักษณะเป็นกระเช้าคล้ายรังนก ซึ่งดูแล้วก็กลมกลืมกับแมกไม้ดีนะครับ บริกรจะทำหน้าที่ยกเราขึ้นไปด้วยลิฟต์ไฮโดรลิกซ์ และใช้ซิปไลน์ในการเสิร์ฟอาหารตรงมาจากครัว (เสียดายที่ถ่ายรูปไม่ทัน) เปิดให้บริการทั้งอาหารเช้า กลางวันและดินเนอร์ รอบละ 2 ชั่วโมง ส่วน Afternoon Tea จะให้บริการรอบบ่าย 1 ชั่วโมง ต้องจองล่วงหน้าเท่านั้นครับ สามารถแจ้งกับ Mr.&Ms.Friday ได้เลย 

ใช้เวลาสั้น ในการยกกระเช้าจากพื้นสู่ยอดที่แวดล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ด้วยความที่เกาะกูดมีลักษณะเป็นป่าร้อนชื้น ต้นไม้จึงมีใบหนาเป็นพุ่ม คอยทำหน้าที่คลุมแสงแดดให้ลอดมาได้รำไร มีลมเย็นๆ พัดมาพอให้ได้ชื่นใจ การได้นั่งรับประทานอาหาร ชา กาแฟบนยอดไม้ มองออกไปจะเห็นวิวอ่าวไทยที่สวยงาม ตรงข้ามเป็นเกาะแรดที่กานต์เพิ่งไปดำน้ำมา ก็นับว่าเป็นประสบการณ์เลอค่าที่หาได้ยากครับ

วิวเมื่อมองไปจาก Treepod จะเห็นสีฟ้าของน้ำทะเลสลับกับสีเขียวของต้นไม้ เป็นประสบการณ์ใหม่ที่สวยงามมากจริงๆ ครับ

มุมนี้เป็นมุมที่แขกเมื่อมารับประทานอาหารที่ Treepod จะนิยมถ่ายกัน คือเป็นภาพจากมุมสูงลงมา เห็นบรรยากาศของโต๊ะอาหารในกระเช้ารังนก นับเป็นมุมมองใหม่ของภาพถ่ายที่แปลกตา ทว่า สวยงามดีครับ น่าประทับใจ Treepod จึงเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์เลอค่าที่ต้องบอกว่า Don’t Miss!!

อันที่จริง Soneva Kiri มีอีกหลาย Activity ที่ต้องบอกว่า อย่าพลาด แต่ผมก็พลาดบ้าง ด้วยสภาพอากาศ ด้วยจังหวะเวลา อย่างเช่น วันนี้กลางคืนฟ้าไม่เปิดทำให้เราไม่สามารถชม So Celestial ซึ่งเป็นโดมหอดูดาวที่เก๋มากๆ ได้ ปกติจะชมกันราว 2 ทุ่มเป็นต้นไปครับ

So Celestial

ส่วนที่ Children’s Den and Eco Den ซึ่งเป็น Kids Club ของที่นี่ก็ปิด ซิกส์เซ้นส์ สปา (Six Senses Spa) ซึ่งเป็นแบรนด์สปาขึ้นชื่อระดับโลกก็ปิดให้บริการเนื่องจากโควิด ทำให้คิดว่า ต้องกลับมาที่ Soneva Kiri อีกครั้ง 


ส่วนห้องสมุดของที่นี่ไม่ปิดครับ แถมเปิดตลอด 24 ชั่วโมง สามารถเข้ามาพักผ่อนหาหนังสือดีๆ สักเล่มอ่านที่นี่ได้ หรือจะยืมดีวีดีไปดูที่วิลล่าก็ได้ครับ

 

Cinema Paradiso

ส่วนอีกคืน กานต์ไปชมหนังกลางแปลงที่ Cinema Paradiso ครับ นับเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก Soneva Kiri จัดโรงหนังขึงผ้าใบขนาดย่อม มีจออยู่กลางน้ำ พร้อมบริการป๊อบคอร์น เครื่องดื่ม สั่งมานั่งทานบนเบาะนุ่มที่ตั้งอยู่บนอัฒจรรย์ มีหมอนอิง ผ้าห่ม นั่งชมหนังกลางแปลงท่ามกลางดวงดาว กานต์ว่าเป็นการเพิ่มกิจกรรมตอนกลางคืนให้มีสีสันสนุกสนานขึ้นได้ดีครับ

Cinema Paradiso คืนนี้เสนอเรื่อง Slumdog Millionaire ครับ

ส่วนประสบการณ์ล้ำค่าที่อยากแนะนำไม่อยากทำให้ทุกคนพลาดอีกอย่าง คือการออกไปสัมผัสธรรมชาติ วิถีชีวิต ชุมชน ผู้คนบนเกาะกูด เพราะ Soneva Kiri มีความมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรเกาะกูดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อบอุ่น ผู้คนเป็นมิตร จึงจัดให้มีกิจกรรม Koh Kood Discovery ให้แขกผู้เข้าพักได้ไป Sightseeing นอกรีสอร์ต เช่นไปชมความงามที่ชุ่มช่ำของน้ำตกคลองยายกี๋ ไปเที่ยวชุมชนอ่าวสลัด 

น้ำตกคลองยายกี๋

ชุมชนบ้านอ่าวสลัด

จริงๆ ที่กานต์ยกมาให้ดูเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ Activity ที่ต้องบอกว่า Don’t Miss ครับ ที่ Soneva Kiri ยังมีความพิเศษมอบให้แขกผู้เข้าพักอีกหลายอย่างเพื่อสร้างประสบการณ์อันเลอค่าที่น่าประทับใจ ซึ่งใน Chapter 5 เราจะว่ากันด้วยเรื่อง “อาหารกานต์กิน” กับชื่อตอนว่า Eat Up!! ครับ

 

Soneva Kiri

Chapter 1 : At the Beginning 

Chapter 2 : The Villas

Chapter 3 : North Beach

Chapter 4 : Don’t Miss

Chapter 5 : Eat Up!

Chapter 6 : Sustainable Life