SANTIBURI SAMUI

26 เป็นตัวเลขจำนวนปีที่ “สันติบุรี สมุย” เปิดให้บริการมา เป็น “รุ่นบุกเบิก” โรงแรม 5 ดาวบนเกาะสมุย ถ้าหากเป็นชายหนุ่ม คงกำยำล่ำสิงห์เป็นแน่แท้ และพร้อมเผชิญหน้ากับทุกความท้าทาย นับจากนี้

สารภาพก่อนว่า ทุกครั้งที่ไปสมุย โรงแรมนี้ไม่เคยอยู่ในความคิด แทบไม่ติด 1 ใน 5 โรงแรมที่อยากพัก เพราะจินตนาการไม่ออกเลยว่า สันติบุรี ในอายุอานามเท่านี้เป็นเช่นไร

“คงเก่าน่าดู” – หลายคนคิดเหมือนกันกับผม

แต่เมื่อโรงแรมชวนไปพักวิลล่าโซนใหม่ “Grand Reserve Pool Villas” โซนใหม่ ดีไซน์ใหม่ แต่ทุกอย่างยังสวมหัวใจ “สิงห์” เหมือนเดิม

ด้วยทำเลที่เป็นหนึ่งในหาดที่สวยที่สุดของเกาะสมุย 

ด้วยอาณาบริเวณที่กินพื้นที่กว้างกว่า 58 ไร่ 

ด้วยธรรมชาติของสวนปาล์ม พรรณไม้นานาชนิด ให้บรรยากาศแบบทรอปิคอล

ด้วยความที่ครบทั้งทะเล ชายหาดและมีแม่น้ำธรรมชาติไหลพาดผ่านพื้นที่

ด้วยเสน่ห์ชั้นดีคือการบริการของพนักงานที่อยู่กันมานานจนรู้ใจ

กลับมาได้หลายวันแล้วยังคิดถึง “สันติบุรี” อยู่เลยครับ

สิ่งหนึ่งที่สร้างความแปลกระคนประทับใจ คือกิจกรรมที่มีให้ทำต่อทั้งวันภายในรีสอร์ต จะเอาอะไรล่ะ มีหมด ทั้งสนามกอล์ฟ, สนามเทนนิส, แบดมินตัน, ต่อยมวย, วอลเลย์บอลชายหาด, ฟิตเนส เซ็นเตอร์, วินเซิร์ฟ, เรือคายัค, สปา ฯลฯ

วันที่ไปแดดดี เลยมีความล่องเรือเล่นเบาๆ 

ขอไป sailing กับเรือใบที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้สักหน่อย

Keep your face to the sun and you will never see the shadows.

… ก็แหงละ แดดแรงซะขนาดนี้!! (ฮา)

นี่ยังไม่นับว่ามีห้องอาหารที่แทรกตัวอยู่ในหลายบรรยากาศมาก

ล่าสุดกับการเปิด “ปัญญา-ยิ้ม” จูเนียร์แคมป์ พลิกโฉมจากคิดส์คลับแบบเดิม สู่ศูนย์กิจกรรมสำหรับครอบครัว กลายเป็น Destination แห่งใหม่ของสมัยที่เข้าถึงและเช้าใจ เติมรอยยิ้มให้กับทุกคน ทุกวัยในครอบครัวมากขึ้นไปอีก

“สันติบุรี สมุย” ในปี 2019 ผิดไปจากความคิดแรกของผมมากเต็มไปด้วยความเฟรชชี่สดใส พร้อมรอยยิ้มหล่อๆ รอทักทายทุกคนอยู่เสมอ

Thomas Mann ชาวเยอรมันเคยเขียนไว้ตอนหนึ่งในนวนิยาย “The Magic Mountain” (Der Zauberberg, 1924)  ว่า 

“Laughter is a sunbeam of the soul.”  – เสียงหัวเราะเป็นแสงตะวันของจิตวิญญาณ

วันนี้วันเด็ก ผมจึงอยากขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กอยู่นานๆ

แล้วจะชวนคนที่บ้านไปนอนเล่นที่ “สันติบุรี สมุย” กัน

จากสนามบินสุวรรณภูมิ มีไฟล์ทจากบางกอกแอร์เวยส์ บินตรงลงสมุยวันละหลายเที่ยวบิน ไม่นับไฟล์ทบินจากสายการบินต่างชาติที่มี direct flights ทำให้ สมุย กลายเป็น destination ที่หอมหวาน ชวนให้ใครต่อใครมาสัมผัสบรรยากาศของน้ำทะเลใส หาดทรายขาวของที่นี่

“สันติบุรี สมุย” ตั้งอยู่ที่หาดแม่น้ำห่างจากสนามบินสมุยราวๆ 20 นาที  ธุรกิจโรงแรมหรูในสมุยที่มีการแข่งขันสูง ส่งผลให้สันติบุรีต้องขยับตัวด้วยการใช้งบราว 700 ล้านบาท ปรับปรุงโรงแรมครั้งใหญ่ ทั้งการตกแต่งห้องพักใหม่ทั้งหมด สร้างสปอร์ต เซ็นเตอร์ ปรับปรุงสปา เป็นต้น เพื่อเพิ่มทราฟฟิค

สันติบุรีเป็นตลาดหลักของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปมานาน ทั้งนักท่องเที่ยวจากยุโรป อาทิ เยอรมนี ออสเตรีย สวิตเซอร์-แลนด์ คาซัคสถาน ยูเครน ฯลฯ ซึ่งส่วนมากมักมากันเป็นครอบครัว ล่าสุดก็มีการปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมเข้าพักในโรงแรมที่ออกแบบตกแต่งทันสมัย ขณะที่สันติบุรีเน้นจุดเด่นที่ความเป็นไทย จึงต้องมีการเปิดโซนใหม่ คือเดอะแกรนด์ รีเสิร์ฟ พูลวิลลา (The Grand Reserve Pool Villas)

ผมคุยกับ Sabine G. Lambert ผู้จัดการของโรงแรม เธอมีแนวคิดที่น่าสนใจในการปรับให้ “สันติบุรี” Modern Thai มากขึ้น นอกเหนือไปจากการเปิดโซนใหม่ที่เน้นความโมเดิร์นแล้ว วิลลาเดิมที่มีความเป็นไทยสไตล์ ก็ถูกปรับแต่งใหม่ ให้ดูมีชีวิตชีวาร่วมสมัยมากขึ้น ปรับสภาพแวดล้อมของโรงแรมใหม่ให้มีทั้งความโมเดิร์นและบางส่วนที่เป็นไทยแท้ก็ยังคงจิตวิญญาณเอาไว้ เสริมทัพด้วยธรรมชาติของพื้นที่ที่มีอยู่แล้ว ให้มีหลากหลายสัมผัสมากยิ่งขึ้น

ด้วยชายหาดที่ยาวกว่า 300 เมตร บนพื้นที่ 58 ไร่ จึงทำให้ “สันติบุรี สมุย” มีหลากหลายฟีลให้สัมผัส ทั้งธรรมชาติของทะเล ป่าเขา แมกไม้ สายน้ำ ท่ามกลางสายลมเสียงคลื่นที่ซัดและพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน

โซนที่ผมไปพักคือวิลลาเปิดใหม่ คล้ายกับจะแยกตัวออกมาจากสันติบุรี เพราะมีความโดดเด่นในเรื่องดีไซน์ การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย และการอนุรักษ์พรรณไม้ ระหว่างทางเดินภายในโรงแรมจะต้องผ่านทิวไม้น้อยใหญ่ ให้ความร่มรื่น เหมือนหลุดออกมาจากอีกโลกหนึ่งของสมุยที่เราเคยรู้จัก

เข้าวิลลากันก่อนครับ โซนนี้เป็นโซนใหม่ชื่อเดอะแกรนด์ รีเสิร์ฟ พูลวิลลา (The Grand Reserve Pool Villas) เป็นความลงตัวอย่างที่สุดของที่พักที่หรูหรา สุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนแนวคิดอันทันสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Luxury Resort Within A Resort” โซนนี้มีวิลล่าทั้งหมด 19 หลัง ตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว รายล้อมด้วยสวนสไตล์ทรอปิคอล ภายในวิลล่ามีสระว่ายน้ำส่วนตัว

วิลลาทุกหลังมีขนาด 250 ตารางเมตร ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัย ด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์น ซึ่งจะดูแตกต่างจากโซนเดิมของโรงแรมที่เน้นสไตล์ไทยคลาสสิคผสมผสานแนวร่วมสมัย แต่ The Grand Reserve Pool Villas จะฉีกออกมาเป็นแนวโมเดิร์น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เข้าพัก Living room มีโซฟาขนาดใหญ่ที่นอนกลิ้งได้เต็มที่ มีการเชื่อมต่อระบบ Entertain ทุกอย่างด้วย Bluetooth เพิ่มความสบายด้วยเตียงนอนระดับพรีเมี่ยม

พูดถึงเรื่องที่นอน ผมชอบการแก้ปัญหาเรื่องฟูกนอนของที่นี่มากครับ ก็คือฟูกของที่นี่จะมีลักษณะหนานุ่ม ค่อนไปทางแข็ง ซึ่งหากอยากจะได้ฟูกแบบนุ่มกว่านี้ สามารถแจ้งพนักงานได้ครับ เขาจะทำการเสริมฟูกได้ ซึ่งตรงนี้ตรงใจผมมาก เพราะเป็นคนชอบนอนฟูกหนาๆ แข็งๆ เคยไปนอนโรงแรมที่ฟูกนุ่มเกินไป แก้ไขอะไรไม่ได้เลยครับ กลายเป็นนอนไม่หลับไปโดยปริยาย เพราะมันค่อนข้างยวบ

แข็งทำให้นุ่มได้ – แต่นุ่ม ทำให้แข็ง ยาก

ส่วนบนเตียงมีหมอนให้เลือกหลากหลาย แถมยังสามารถควบคุมแสงไฟเองได้ ตามฟีล เดี๋ยวนี้เหมือนเป็นเทรนด์ของโรงแรมไปเสียแล้ว และมีผนังป้องกันเสียงรบกวน ทำให้นอนหลับสบายตลอดทั้งคืน

ห้องน้ำที่วิลลาก็ถือว่ากว้างมากครับ แยกโซนให้พร้อมสรรพ ทั้ง อ่างอาบน้ำ ฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ และพรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องใช้ในห้องน้ำจากแบรนด์ “Panpuri” ที่ออกแบบมาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะสันติบุรี

สระว่ายน้ำส่วนตัวภายในวิลลามีขนาดค่อนข้างใหญ่ ไม่ใช่แค่แช่น้ำถ่ายรูปแล้วขึ้น แต่มีขนาดถึง 40 ตารางเมตร ว่ายไปกลับได้สบายๆ ครับ หรือจะจัดพูลปาร์ตี้ ภายในวิลลาก็ได้ มีการอำนวยความสะดวกให้ครบครัน ชิลล์และเป็นกันเองชนิดที่ว่า เปิดประตูห้องนอนมาก็ลงสระได้ทันที

แขกที่พักวิลลาสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมบาร์ส่วนตัว (The Lounge) พร้อมด้วยเครื่องดื่มหลากหลายชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ฟรีทุกวัน มีขนมให้ทาน มีผลไม้ให้ชิม ซึ่งสันติบุรีใจป้ำมาก กับการเสิร์ฟมะม่วงสุกในไลน์อาหารและมีให้ทานตลอดทั้งวัน เพราะอย่างที่รู้กัน มะม่วงที่สมุยนั้นแพงมาก

เราสามารถบรรเลงสมูทตี้ในสไตล์ของตัวเอง ที่ทำจากผลไม้ที่เราชื่นชอบ ได้ทดลองเป็นมิกซ์โซโลจิสทำค็อกเทลแก้วโปรดเองอีกด้วย หรือทำป็อปคอร์นจากเครื่องทำป็อปคอร์น สำหรับมูวี่ไทม์ และพูลปาร์ตี้ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในวันพักผ่อนครบครัน

จะนั่งทานในบ้านหรือริมสระน้ำ ก็คือดีย์เลยครับ ชอบความเงียบ ความเป็นส่วนตัวแบบนี้มาก มันทำให้เราได้หลีกหนีจากบรรยากาศซ้ำซากที่มีแต่ความวุ่นวาย หาอะไรสงบๆ ให้กับร่างกายและจิตใจของเรา

ส่วนตัวผมชอบที่จะแช่อ่าง ตีฟองเบาๆ จิบไวน์สักแก้ว ระหว่างอ่านหนังสือ ฟังเพลง บรรเลงจังหวะใหม่ๆ ให้กับชีวิตบ้าง ให้ดูแตกต่างจากเมื่อครั้งอยู่ในเมืองกรุง

ส่วนใครที่อยากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศใหม่ๆ ที่ สันติบุรี เขามีเซอร์วิส floating breakfast เสิร์ฟตรงถึงที่วิลลาซึ่งจะจัดมาในถาดที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้ลอยน้ำได้ ซึ่งมีให้เลือกที่จะทานพร้อมกับแชมเปญหรือสปาร์คลิ่งไวน์ คู่กับน้ำผลไม้และชา กาแฟ

เป็นความเก๋ที่ออกแบบมาให้ผู้เข้าพัก ได้แช่น้ำ จิบแชมเปญตอนเช้าอย่างสบายใจใน private pool ถ้าใครมาเป็นคู่คงจะโรแมนติกน่าดูนะครับ

หรือใครจะไปทานที่ห้องอาหารเช้าก็ได้ครับ มีทั้ง “วิมานเมฆ” อยู่โซนด้านใน ให้บริการอาหารเช้าสไตล์ อินเตอร์คอนติเนนตัล บุฟเฟต์ แต่ที่เก๋คือจะมีเมนูที่เลือกโดย FB (Food & Beverrage) มีให้เลือกนั่งทั้งอินดอร์และท่ามกลางสวนสวยที่ยื่นลงไปในสระน้ำ

ผมยังได้มีโอกาสไปทานอาหารที่ เดอะบีชเฮาส์(THE BEACH HOUSE) ทั้ง 3 มื้อเลยครับ ทั้ง เช้า กลางวันและเย็น เป็นบรรยากาศริมทะเลอันหรูหรา แวดล้อมด้วยต้นปาล์ม ท่ามกลางบรรยากาศของเวิ้งทะเลยามเช้า เราจะมองเห็นชาวเรือออกไปหาปลาตั้งแต่พระอาทิตย์เพิ่งจะพ้นขอบฟ้าได้ไม่นาน

“เดอะบีชเฮ้าส์” เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลาย และรับประทานอาหารอร่อย ๆ ได้อย่างลงตัว ภายในร้านตกแต่งด้วยธีมทะเลสีฟ้าใส บนพื้นทรายละเอียด ให้ได้สัมผัสถึงธรรมชาติที่แท้ทรู ไฮไลท์ประกอบด้วย อาหารเช้าเพื่อสุขภาพ, อาหารกลางวันแบบไลท์มีล, หรือจะเป็นเมนูเนื้อต่างๆ และซีฟู้ด,​ บุพเฟต์อาหารนานาชาติ และค็อกเทลหลากเมนูสุดสร้างสรรค์​ 

เชื่อไหมว่า ผมสามารถนั่งตรงนี้ได้ทั้งวัน

อ่อ!! ที่สันติบุรี ยังเป็นโรงแรมที่เน้นเรื่องการงดใช้หลอดพลาสติกด้วยนะครับ ดังนั้นเครื่องดื่มที่เราสั่งบางแก้วจะไม่มีหลอดให้ หรือหลอดที่ใส่มาก็จะเน้นวัสดุย่อยสลายได้เช่น หลอดจากตะไคร้ หรือหลอดเหลาจากไม้ รักษ์โลกไปอี๊ก!!

น้ำมะพร้าวคือเทพแห่งสวรรค์ของการพักผ่อนบนเกาะจริงๆ ครับ

อาหารหนักเบา เขามีให้บริการตลอดทั้งวันที่ “เดอะบีชเฮ้าส์” แต่ถ้ามาที่สันติบุรี ผมกระซิบว่าเมนูที่ต้องสั่งเลยคือซีซาร์สลัดรสชาติเข้มข้น และผัดไทสูตรพิเศษของที่นี่ครับ อร่อยมาก

ถ้าเป็นดินเนอร์ ก็จะได้ฟีลแบบนี้ครับ วันที่ไปพระจันทร์เต็มดวงพอดี ก็จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความโรแมนติกสำหรับดินเนอร์หรู ริมทะเลแบบนี้ เสียดายที่พระจันทร์ขี้อายไปหน่อย แอบหลังเมฆ โผล่มาเล็กน้อย ต้องอาศัยแสงตะเกียงเพิ่มบรรยากาศ และมีดนตรีสดบรรเลงให้ฟังตลอดทั้งคืน สลับกับการเปิดเพลงจากดีเจ

สามารถสั่งเครื่องดื่มได้จากบาร์ครับ Signature Drinks ที่แนะนำคือ Santiburi Mojito ที่รังสรรค์จากผลไม้ต่างๆ ไม่เพียงแต่มะนาวเท่านั้น แต่ยังมี มะม่วง ส้ม เบอร์รี่ ผสมกับมิ้นต์ ให้เราได้ลองเปลี่ยนบรรยากาศดู หรือจะเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรก็มีครับ ขนมาครบเครื่องทั้งข่า ตะไคร้ พริก

ผมลองสั่ง “Earl Grey Apple Smoked” เป็นชาผสมน้ำผลไม้ อบควันมา หอมดีครับ

มื้อค่ำที่ “เดอะบีชเฮ้าส์” เรามาลองดูว่าเชฟจะทำอะไรให้ทาน แอบเข้าไปสังเกตการณ์ในครัวมา (ที่นี่เป็นครัวเปิดครับ) เชฟทำ Burrata Mozzarella Salad มาเสิร์ฟเป็นจานแรก ส่วน Main เป็น Grilled Atlantic Salmon Steak ตัวซอสอร่อยดีครับ เป็นวาซาบิผสมซอสถั่วเหลือง ด้านล่างเป็นข้าวไรซ์เบอรี่

ส่วนของหวานเป็น Coconut and Chocolate dream with Maracuja

ต้องกรีดร้องดังๆ ว่าไอศกรีมของที่นี่คือรสชาติดีมากครับ เป็นโฮมเมดที่เข้มข้นถึงใจจริงๆ

นอกจากนี้ ที่ “สันติบุรี” ยังมีห้องอาหาร “ศาลาไทย” ไว้ให้บริการ เป็นห้องอาหารไทยแท้จากทุกภาค ด้วยการนำเสนอที่หรูหรา ภายใต้บรรยากาศที่รายล้อมด้วยธรรมชาติเขียวขจี ลิ้มรสเมนูอาหารไทยที่หลากหลาย รังสรรค์ด้วยสูตรต้นตำรับ กับเครื่องปรุงและวัตถุดิบท้องถิ่นที่สดใหม่ทุกวัน

ที่สำคัญสามารถระบุระดับความเผ็ดได้เพื่อให้เหมาะกับความชอบของแต่ละคน ซึ่งตรงนี้ดีมาก เพราะบางทีเราก็อยากทานอาหารไทย รสชาติไทยแท้ ไม่ใช่รสแบบฝรั่ง ระหว่างที่ทานก็จะมีพนักงานมาบอกเล่าเรื่องราวของอาหารจานที่เราทานให้ฟัง สร้างบรรยากาศและเพิ่มรสชาติให้ดียิ่งขึ้นครับ

พูดถึงพนักงานของสันติบุรี ก็ต้องบอกว่า พนักงานที่นี่บางคนอยู่มาตั้งแต่ยุคเริ่มต้น บางคนอยู่มาเกิน 10 ปี จนเป็นบ้านหลังที่ 2 ซึ่งส่วนมากเป็นคนพื้นเพที่นี่ จนรู้สึกว่า แขกทุกคนมาเยี่ยมบ้านของตนมากกว่า เราจึงได้เห็นพนักงานในชุดฟอร์มสีแดงมารูนขลิบทองที่พร้อมเอาใจใส่ดูแลเราตลอดการเข้าพักอย่างน่าประทับใจครับ กลายเป็น Signiture Service ที่ยาก หากใครจะลอกเลียนแบบได้ครับ

ในวันที่ไปเยือน “สันติบุรี สมุย” นั้น ทางโรงแรมได้เปิดตัว ปัญญายิ้ม จูเนียร์ แคมป์(Panya & Yim’s Junior Camp) ซึ่งเป็นศูนย์กิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว ยกระดับความ “เหนือกว่า” คิดส์ คลับ จากโรงแรมทั่วๆ ไป

ที่ ปัญญายิ้ม จูเนียร์ แคมป์จะออกแบบตกแต่งด้วยโทนสีสันสดใส และใช้แสงสว่างจากธรรมชาติ มีพื้นที่ทำกิจกรรมที่หลากหลายทั้งในร่มและกลางแจ้ง ให้เด็กๆ สามารถปล่อยความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ภายในแคมป์ประกอบด้วยกิจกรรมมากมายที่ช่วยให้เด็กๆ ได้ฝึกทักษะด้านศิลปะ งานฝีมือ การแสดงออก กีฬาและสุขภาพ อาทิ การวาดภาพ การทำงานฝีมือท้องถิ่นอย่าง ของเล่นไม้ ผ้าบาติก การทำเทียน การพับกระดาษแบบญี่ปุ่น (Origami) เวทีคาราโอเกะ การรำไทย โยคะสำหรับเด็ก คอร์สทำอาหาร และมุมห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือสำหรับเด็ก ๆ ที่จะเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมเอาท์ดอร์ให้เด็ก ๆ ได้สนุกอย่างไม่รู้เบื่อ อาทิ บาสเก็ตบอล ปั่นจักรยาน สนามเด็กเล่นกลางแจ้งพร้อมสไลเดอร์ ปีนผาจำลอง บ้านต้นไม้ บ่อทราย สนามหญ้าสำหรับเล่นเกมกลางแจ้ง และห้องเพลย์สเตชั่น (PlayStation Room) โดยจะมี “Fun Buddies” เป็นพี่ๆ มาคอยดูเรื่องความปลอดภัย ซึ่งได้รับการฝึกฝนในการดูแลเด็กเป็นอย่างดี

ผมชอบห้องดูหนังนี้มากเลยครับ ดูรีแลกซ์ เหมือนได้ดื่มด่ำอยู่ใต้ท้องทะเล คอนเซปต์คือ “Parents ‘Night Off” สำหรับคุณพ่อคุณแม่และลูกได้จูงมือกันออกจากห้องพักมาชมภาพยนตร์ร่วมกัน จะได้เพลิดเพลินและใช้เวลาที่มีคุณภาพด้วยกันในครอบครัว

ขอใช้โอกาสนี้ เล่นกับเพื่อนๆ วัยเด็กสักวันนะครับ

“เด็กโข่ง”

ที่ “สันติบุรี” นับเป็นโรงแรมที่มีกิจกรรมให้ทำเยอะที่สุดแล้วครับ ตั้งแต่ไปพักมาทั่วโลก

จะเอาอะไรล่ะ มีหมด ทั้งสนามกอล์ฟ, สนามเทนนิส, แบดมินตัน, ต่อยมวย, วอลเลย์บอลชายหาด, ฟิตเนส เซ็นเตอร์, วินเซิร์ฟ, เรือคายัค, สปา ฯลฯ

วันที่ไปแดดดี เลยมีความล่องเรือเล่นเบาๆ ขอไป sailing กับเรือใบที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้ให้สักหน่อย

Keep your face to the sun and you will never see the shadows.

“ปิงปอง” ก็มี กะว่าจะไปแจมฝีมือกับเพื่อนๆ สักหน่อย

 

สระว่ายน้ำที่มีขนาดใหญ่ 50×25 เมตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในสมุย สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มจาก pool house มาทานได้

 

ถ้าชอบคายัค ก็มี ที่สันติบุรี มีชื่อเสียงมากในกีฬาทางน้ำครับ มีกิจกรรมที่หลากหลาย พายเรือเล่นยามเย็นพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน ก็ฟินไปอีกแบบนะครับ

แต่ดูเหมือนว่า สองสาวจะพายเรือวนไปมาอยู่ระยะ 5 เมตรนี้ไม่ไปไหนสักทีครับ (ฮา)

หลังจากพายเรือคายัค อาบแดดริมชายหาดแล้ว ก็ได้เวลาดูแลผิวกันครับ

ที่สันติบุรีมีบริการ “สปา” ขนาดใหญ่มีเทอราปีสผู้เชี่ยวชาญ คอยให้บริการนวดผ่อนคลาย ด้วยทรีตเมนต์สูตรพิเศษ แบบเอเชียหลากหลาย

เท่าที่สังเกตคือ พนักงานจะสอบถามตั้งแต่วันที่เข้าพักเลยครับ ว่าสนใจทำสปาเลยไหมจะได้จองห้องเลย เพราะสปาที่นี่ได้รับความนิยมมากครับ คิวแน่นทั้งวัน อาจจะด้วยบรรยากาศ ด้วยความเป็นมืออาชีพและทำมานาน ตลอดจนความเป็นกันเองที่มีให้ ผมว่าเป็นเสน่ห์ที่หลายคนติดใจสปาของที่นี่ครับ

กลิ่นที่เราสัมผัสจากน้ำมันนวดจะมาจากธรรมชาติทั้งหมดครับ โดยเฉพาะความหอมจากมะพร้าว เพิ่มความเบาสบายให้กับตัวเอง

สำหรับวันพักผ่อนที่เกาะสมุยแล้ว หลังวันสบายจากการอาบแดด ก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการห่อตัว หรือขัดตัวด้วยมะพร้าว มีแพคเก็จที่น่าสนใจคือรวมเอาการอบไอน้ำ การห่อตัวแบบเย็น การนวดด้วยหินร้อนและน้ำมันหอมระเหย พร้อมด้วยการอาบน้ำในอ่างที่โรยด้วยกลีบกุหลาบและดื่มด่ากับช็อกโกแลต สตรอเบอร์รี่และแชมเปญ หรือใครจะลองสูตรใหม่เป็นคอลลาเจน สปา ก็เข้าท่าดีนะครับ เพิ่มความชุ่มชื่นโดดเด้งให้กับผิว

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม “โยคะ” บนชายหาด รับแดดเช้า ให้เราได้ยืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกายท่ามกลางธรรมชาติที่หายใจได้เต็มปอด เติมอ๊อกซิเจนให้กับตัวเองในการเริ่มต้นวันใหม่

ส่วนตัว ผมชอบทะเลตอนเย็นๆ มาก ลองมาเดินเล่นริมชายหาด ดูผู้คนก็ได้นะครับ ชายหาดที่เชื่อมต่อกันหลายๆ รีสอร์ท ก็ได้บรรยากาศแปลกใหม่ เราได้เห็นกิจกรรมและความสัมพันธ์ที่หลากหลาย ตามแต่สไตล์ของตัวเองครับ

อย่างผมก็ชอบมานั่งรับลมริมทะเล หอบ Macbook ติดมาด้วย บางทีมีงานด่วนต้องส่ง หรือจะนั่งใส่หูฟังแล้วดูหนังริมทะเลเพลินๆ คนเดียว ก็สบายใจดีครับ

3 วัน 2 คืน กับการตอบรับประสบการณ์ 26 ปีที่ “สันติบุรี สมุย”​ มีต่อผู้เข้าพักทุกคน ทุก Generation ต้องบอกแบบนั้นจริงๆ ครับ เพราะระยะเวลาที่เปลี่ยนผ่าน ลูกค้าก็เปลี่ยนไป จากวัยหนึ่งสู่วัยหนึ่ง ซึ่งอาจจะชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่ใจ แต่ที่นี่สามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยได้ ไม่ยอมให้ใครมาบอกว่า “เชย” แล้วค่อยปรับ แต่เปิดรับเอาทุกความคิดเห็นเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นและยังคงความมีชีวิตชีวา

ตามประสา “สิงห์หนุ่ม” ที่ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองร่วงโรยไปตามกาลเวลา

และ “สันติบุรี”​ พร้อมทำหน้าที่ “จ่าฝูง” ในการนำหน้ารับมือกับความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจโรงแรมอยู่เสมอ

สันติบุรี เกาะสมุย