SALA Rattanakosin Bangkok

“Age and glasses of wine should never be counted.”

สำหรับผม … อายุเป็นเพียงตัวเลข … แก้วไวน์ในมือและน้ำหนักตัวก็เช่นกัน

การเป็นคน enjoy eating และมีความสุขกับ “กานต์เดินทาง” ท่องเที่ยว เพื่อเสาะแสวงหาสิ่งใหม่ มาเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต เป็นเรื่องที่ผมคิดและทำมาโดยตลอด หลายๆ ท่านก็เป็นเหมือนกันใช่ไหมครับ

ดั้นด้นไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่บางทีความสุขก็อยู่ใกล้ๆ ในระยะเดินได้

ผมใช้ชีวิตอยู่ย่านปิ่นเกล้า พระอาทิตย์ ท่าพระจันทร์ มานานหลายสิบปี แต่กลับเพิ่งจะเคยมีโอกาสมาทานอาหารที่ โรงแรมศาลา รัตนโกสินทร์ ( sala rattanakosin Bangkok ) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง

ชื่อของโรงแรมเครือ “ศาลา” (SALA) กลายเป็น Brand Identity ที่มีเอกลักษณ์ของความเก๋ กู๊ด แอทติจูด เทสต์ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นศาลาที่ไหนก็ตาม (คงจำศาลาลานนา ที่ผมเคยไปพักมาเมื่อหลายเดือนก่อนกันได้นะครับ)

ศาลารัตนโกสินทร์ เป็นโรงแรมในเครือ SALA ที่มีห้องพักเพียง 17 ห้องเท่านั้น และมีห้องอาหาร 1 ห้อง (มี 2 ชั้น) บาร์ที่อยู่บน Roof Top อีก 1 แห่ง ในส่วนของห้องพัก ยังไม่ถึงเวลา (แต่เล็งไว้แล้วว่าต้องมา) ส่วนห้องอาหารกับบาร์ วันนี้ “กานต์เดินทางมาแล้ว” ครับ

แนะนำว่า “ต้องจองล่วงหน้า”​ เป็นคำตอบสุดท้าย สำหรับใครที่เล็งมุมเลิศๆ แบบให้เห็นวิวพระปรางค์กระแทกตา เพราะว่า ถูกจองเต็มตลอดครับ

ห้องอาหารขนาดไม่ใหญ่ แต่บรรยากาศ วิว ดีไซน์และรสชาติอาหาร กินขาด!!

โรงแรมศาลา รัตนโกสินทร์ (SALA Rattanakosin Bangkok) เบอร์โทรศัพท์ 02-622-1388

วิวโต๊ะนี้แหละที่แนะนำว่าต้องจองล่วงหน้า (นานหน่อย) เหมาะสำหรับแทคคนพิเศษ แล้วไปเดทกันนนนนนน

ห้องอาหารของโรงแรมศาลา รัตนโกสินทร์ อยู่ที่ถนนมหาราช ท่าเตียน จอดรถไว้ที่วัดโพธิ์แล้วเดินเข้าซอยมาครับ (ที่จอดรถเปิด 24 ชั่วโมง) หักคะแนนตรงนี้เล็กน้อย เพราะเดินไกลพอประมาณ แต่แนะนำให้นั่งแท๊กซี่มาจะสะดวกกว่าครับ ถ้ามาทางเรือก็ลงที่ท่าเตียน เดินผ่านวัดโพธิ์ไปโผล่แถวซอยท่าเตียน

ถ้าไม่นับเรื่องที่จอดรถก็ถือว่าเป็นโรงแรมที่อยู่ทำเลที่ตั้งที่ดีมากครับ เหมาะสำหรับมาเที่ยวชมบริเวณโดยรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เที่ยววัดพระแก้ว วัดโพธิ์ ได้ เพียงไม่กี่ก้าว พอย่ำค่ำเราก็ค่อยมาเทควิวพระปรางค์ เพราะโรงแรมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งตรงข้ามวัดอรุณฯพอดีเลยครับ เป็นชัยภูมิที่งดงามมาก

เดินมมาสุดซอยท่าเตียน จะเจอ โรงแรมศาลา รัตนโกสินทร์ กับการตกแต่งแบบ minimalism เน้นกำแพงปูนเปลือย และโทนสีขาวดำเป็นหลัก ห้องอาหารมีห้องเดียว แต่แบ่งเป็นสองชั้นคือชั้นหนึ่งเป็นแบบ Open Air ติดริมน้ำ กับอีกโซนเป็นห้องแอร์กระจกบานกว้าง มองเห็นวิววัดอรุณฯ ยามเย็นครับ

แต่ถ้าจะให้เห็นวิวแบบสวยงาม เชิญเดินขึ้นบันไดทางเดินวนไป (ที่นี่ไม่มีลิฟท์แต่ทางเดินเก๋มาก) ขึ้นไปชั้น 5 เป็นบาร์บนชั้นดาดฟ้าที่สามารถเห็นวิวของเกาะรัตนโกสินทร์ได้แบบ 360 องศา เรียกได้ว่าชิลล์สุดๆ เลยครับ

ทำหน้าเฟี๊ยซๆ กับบันไดวน ไม่รู้โมโหหิว หรือว่า เหนื่อย!!

บาร์ชั้น 5 มีทั้งแบบโต๊ะและบาร์ที่หันหน้าไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา (เต็มตลอดจ้าาาา) ที่ชั้นนี้วิวกลางคืนคือดีย์มาก สวยมาก บรรยากาศก็สบาย ๆ ถ้าได้มาช่วงหน้าหนาว คงจะฟีลดีมีความเย็นสบายๆ กว่านี้อีก

บาร์ก็ยังเก๋ มีความมินิมอล สีขาวดำ เด่นด้วยสีเหลืองสีเดียวจบ!!

ชั้น 5 เป็นบาร์บนชั้นดาดฟ้าที่สามารถเห็นวิวของเกาะรัตนโกสินทร์ได้แบบ 360 องศา มองวัดนู๊น วัดนี้ มีความเก๋ ตามคอนเซปต์ “วัดก็เข้า เหล้าก็กิน”

สั่งเครื่องดื่ม Signature มาลองก่อน เป็น Martini Tomyum ทำรสชาติออกมาได้เหมือนมาก มะนาว พริก ข่า ตะไคร้ มาเจอกันในปากโดยไม่ได้นัดหมาย เติมด้วยความร้อนของแอลกอฮอลล์ … แก้วเดียว เปรี้ยง!!

เจอฤทธิ์ต้มยำมาร์ตินี่เข้าไป เลยต้องเป็นมาสั่งอะไรแบบไลท์ๆ บ้าง เป็น เสาวรสมะม่วงมอคเทลชื่อ “สวัสดีศาลา” พร้อมกับชมความงามของวิวรอบเกาะรัตนโกสินทร์ได้แบบ 360 องศา

รอเวลาพระอาทิตย์สายัณห์ ส่องผ่านวัดอรุณฯ … ก็คงเหมือนสัจธรรมของชีวิต มีขึ้น มีลง มีส่องแสง และดับมืด

 

เอ๊าาา เพ้อ!! ลงมาค่ะ


มาๆ ลงกินข้าวห้องอาหารด้านล่าง

อาหารที่นี่มีทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง ฟิวชั่น รสชาติถูกปากมาก อาหารอร่อยมากๆ ต้องขอชมเชฟเป็นพิเศษ เดินมาถามถึงโต๊ะ เจ้าหน้าที่ก็น่ารักดี

ขออภัยที่มีถุง Home Fresh Mart มาไทอิน (จริงๆ คือลืมเอาออก)

สั่งมาทานหลายอย่าง แต่จานที่ชอบคือ Pork Belly เป็นเหมือนหมูกรอบ เนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมกับผัดผักบุ้ง แอปเปิ้ลเชื่อม และ ฟักทองบด เชฟแนะนำว่าให้ทานพร้อมกันในหนึ่งคำ จะทำให้ได้รสชาติที่หลากหลายเข้ากัน เออ!! จริงด้วยแหะ จานนี้ถือเป็นซิกเนเจอร์ของที่นี่เลยครับ

มัสมั่นขาแกะ ก็ดีงามมาก เป็นมัสมั่นที่อร่อยได้ความหอมมันเข้มข้นของน้ำแกงเครื่องเทศ ดับคาวแกะได้ดีไม่มีสาบแต่มีความนุ่มละลายในปาก คือดีย์อ่ะ!!

ส่วนปลาทอดกับคะน้าหมูกรอบนั้น เฉยๆ skip ข้ามไปเลยค่ะ

ส่วนรางวัลสุดยอดพรีเซนเทชั่น คือ “ซีฟู๊ดเพลตเตอร์” รวมซีฟู๊ดร้อนและเย็นเข้าไว้ด้วยกันบนคอมบิเนชั่นคอนโด ก่อนทานต้องฉีดสเปรย์สมุนไพร เพิ่มความหอมของกลิ่นและรสชาติสมุนไพรช่วยให้ซีฟู๊ดกลมกล่อมขึ้น นี่ก็เชื่อเชฟทำตามแล้วดีย์

มากันที่ของหวานดีกว่า ลองสั่งเองเป็นข้าวเหนียมมะม่วง ชอบพรีเซนต์ที่เก๋ แกะห่อข้าวเหนียวใบตองมา กะทิราด จานนี้แค่ให้ผ่าน ยังไม่โดดเด่น (แต่ต่างชาติคงชอบ)

เมื่อผิดหวังเราจึงขอให้เชฟแนะนำของหวานสักจานเถอะ เชฟสั่งให้ เป็น “ทีรามิสึ” ซึ่งเป็นของหวานจานเด่นของที่นี่ เอ๊าา บ้าจี้เชื่อเชฟ แล้วก็ …. ดีย์อ่ะ!!

เข้มข้นมากกกกกกก แต่แปลกว่ามันไม่เลี่ยนแหะ ทีรามิสึ ของที่นี่รสชาติไม่เหมือนที่เคยกินมา มีความหวานละมุน ไม่บาดคอเหมือนที่อื่นๆ รวมๆ แล้วอร่อยมาก

ใครมีแฟน แทคอ้อนแฟนมาเถอะ บรรยากาศดี มีงานแต่งแน่นอน ให้พระปรางค์และปลาหมึกย่าง หมูกรอบ เป็นพยานในความรักของเรา