sala เขาใหญ่

ศาลาเขาใหญ่ เป็นโรงแรมที่มีห้องพักน้อยที่สุดในเครือ คือมีแค่ 7 ห้องเท่านั้น!! นอกจากจำนวนห้องที่สวนทางกับความต้องการจอง ทำให้ “เต็มตลอดปี” แล้ว ที่นี่ยังเต็มไปด้วยความประทับใจในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของห้องพักบนเขา เราสามารถสูดอ๊อกซิเจนได้อย่างเต็มปอดในทุกเช้า เพราะต้นไม้เยอะมากทั้งที่มีอยู่แล้วและปลูกเพิ่มอีกหลายพันต้นจากนั้นก็กระดกเอสเปรสโซ่สักช็อต ตอนชมพระอาทิตย์ขึ้น

ทริปนี้ขับ Lexus Thailand รุ่นใหม่ RX คันใหญ่ขึ้นมาหน่อย ที่ยังคงความเรียบหรูโก้ มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่เพิ่มขึ้น ขยับสนุก นั่งสบาย ระยะทาง 2 ร้อยโลนิดๆ เหยียบสบายๆ กรุงเทพฯ – เขาใหญ่ แปบเดียวถึง!!

เลกซัสขึ้นชื่อเรื่องการออกแบบรถให้มีความหรูหรา ทุกสิ่งสร้างถูกสร้างสรรค์จากความประณีตใส่ใจ ตามสไตล์ญี่ปุ่นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Lexus RX ที่มีการเสริมเติมแต่งหลายจุดให้หลายคนหันมามองตาม ส่วนภายในก็ทำให้หลายคนประทับใจในความสะดวกสบาย สมรรถนะในการขับขี่ที่มั่นใจในทุกสภาพ แถมยังมีเทคโนโลยีอย่าง Apple Car Play เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ช่วยให้ทุกเส้นทางของเรา แม่นยำและเพลิดเพลินไปกับเพลงของเรา มีจอทัชสกรีน skip ได้ง่ายๆ คันใหญ่ ด้านหลังจุของได้เยอะดีครับ ชอบมากกับระบบเซ็นเซอร์เปิดแบบนี้ เหมาะสำหรับคนที่เยอะ (ของ) อย่างเรา จอดรถเอาของเข้าออกได้สบายครับ

พอมาถึงที่ศาลาเขาใหญ่ จะมีพนักงานมาช่วยขนของไปไว้บนล็อบบี้ผ่านพาหนะพิเศษ ส่วนเรา … เดินขึ้นบันไดไปครับ แต่ “อย่าลืมของไว้ที่รถ” นะ เพราะจะต้องขึ้นลงบันไดเป็นร้อยขั้น คาดิโอไปในตัวจ้าาาาา

สัมผัสแรกคือ อยากยืนชมวิวแล้วสูดลมหายใจให้นานๆ เหมือนคนโหยหาอ๊อกซิเจนบริสุทธิ์ เพราะมองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียว ต้นไม้ ลมพัดเย็นสบายทั้งวัน เป็นการเช็คอินที่ยาวนานเพราะ นั่งยืนตากลมนี่แหละ ศาลาเขาใหญ่ วิวก็จะประมาณนี้ครับ ที่เห็นนี่คือหมอกนะ ไม่ใช่ควัน แต่บางทีก็คล้ายกันจนฉันก็ไม่รู้ และยังไม่เข้าใจ

บางทีเธอเป็นเช่นหมอกขาว
และบางคราวเธอเป็นเหมือนควัน
ฉันนั้นชักไม่มั่นใจ ….

วิวยามเช้าจากล็อบบี้ คิดภาพตามดูสิครับว่า ที่กทม. ไม่มีแบบนี้แน่ๆ หยิบหนังสือเล่มโปรดที่อ่านค้างไว้ติดมือมาสักเล่มนะครับ รับรองว่ามาถึงที่นี่ เราจะได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับต้นไม้ สายลมและแสงแดดได้อย่างเต็มที่แน่นอน

ทริปนี้ผมพักวิลล่าเบอร์ 4 ข้อดีคือเป็นส่วนตัวเพราะไม่ติดใคร แต่ได้วิวพระอาทิตย์ขึ้นนะ ส่วนใครอยากชมวิวพระอาทิตย์ตก รีเควสวิลล่า 5-6 ไปเลยจ้า …. แต่จองยากหน่อยนะ ทุกวิลล่าจะมีป้ายแขวนนะครับว่า Private Area แขกห้องอื่นก็ไม่สามารถเดินเข้ามาได้นะครับ เพื่อให้เกิดความเป็นส่วนตัวที่สุดของแขกแต่ละวิลล่า

บรรยากาศภายในวิลล่า มีเตียงขนาดใหญ่ตั้งไว้ตรงกลาง ด้านข้างจัดวางโซฟาเบด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

 


มุมห้องน้ำและห้องแต่งตัว

นี่คือสิ่งแรกที่แขกเมื่อมาศาลาเขาใหญ่ต้องทำ คือแช่น้ำให้สบายใจอยู่ในวิลล่าของตัวเอง โดยเฉพาะคนขับรถมาแบบผม สระว่ายน้ำส่วนกลางมีนะอยู่ตรงล็อบบี้ เห็นวิวพาโนราม่า แต่ไม่ค่อยเห็นมีใครมาเล่นกันนะ อาจจะเพราะอยู่ใกล้กับร้านอาหารพอดี และอีกอย่าง บางคนก็พักพูลวิลล่าแบบผม เราเล่นน้ำที่บ้านดีกว่า ส่วนตัวดีครับ  ไม่ต้องออกไปไหน สระว่ายน้ำในวิลล่าของศาลาเขาใหญ่คือความงามที่ซ่อนไว้กลางหุบเขา มี The Signature เป็นพูลวิลล่ารูปไข่ หรือจะเป็นรังนกดี เป็นงานศิลปะที่มองได้หลากหลายครับ แต่ที่แน่ๆ เก๋และเป็นเอกลักษณ์มาก สร้างการจดจำได้ดี 

ว่ายไป จิบไวน์ไปชมวิวไป

จากที่เหนื่อยๆ มาจากการขับรถ ได้ไวน์สักจิบ แช่น้ำเย็นๆ ฟังเพลงแจ๊สเบาๆ ทำเอาผ่อนคลายได้ดีมากครับ หรือใครมาเป็นคู่ จะกระหนุงกระหนิงกับแฟนก็ได้ ไม่มีใครเห็นและไม่มีใครว่า …. เพราะทุกวิลล่า เน้นความเป็นส่วนตัวสูงมากกกกกกก อยากจะหายตัวไปเป็นอากาศธาตุก็ต้องที่นี่แหละครับ 

หรือใครอยากแช่อ่างเพื่อให้ผ่อนคลายก็ได้ ผมเตรียมเกลือสมุนไพรและบาทบอมบ์มาเพิ่มด้วย ชอบกลิ่นที่ตัวเองเตรียมมา สดชื่นดีครับ ซื้อมาจากญี่ปุ่น

ถ้าหิวก็สามารถไปทานที่ห้องอาหารได้ครับ ซึ่งอยู่จุดเดียวกับล็อบบี้ วิลล่าหมายเลข 4 มีข้อดีคือเดินใกล้สุด ทริปนี้มานั่งเล่นที่ล็อบบี้บ่อยๆ เพราะรู้สึกโล่งดี มีหนังสือน่าอ่านเยอะ

สั่งเลยอร่อยทุกอย่าง กลางเขาเรายังมีสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าทานคู่กับซีซ่าร์สลัดผักสดๆ เสิร์ฟถึงโต๊ะ แต่สปาเก็ตตี้ทะเลผัดฉ่าอร่อยกว่าครับ ผมชอบทานรสจัด

ทุกคืนจะมีแม่บ้านมาเทิร์นดาวน์เตียงให้ ตามมาตรฐานของโรงแรม 5 ดาว มาพร้อมเครื่องดื่มสมุนไพรเสิร์ฟไว้ให้จิบก่อนนอน

เช้ามาก็จะได้วิวนี้

วิวของเขาใหญ่ เมื่อมองจากเตียงนอนออกไปครับ อยากหยุดเวลาไว้เท่านี้ ตรงนี้

อ่อ ลืมบอกไป วิลล่าจะขึ้นจากด้านบนหลังคา เดินลงบันไดไป ดังนั้น หลังคาจะมีเตียงขนาดใหญ่ไว้นั่งๆ นอนๆ พักผ่อนยามเช้าและยามเย็น 

ชงกาแฟจากในวิลล่า ถือมาดื่มบนรูฟท๊อปของวิลล่า ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งวิลล่าหมายเลข 4 จะได้วิวนี้เป็นหลัก สวยงามมากครับ ต้องขอบคุณศาลาเขาใหญ่ที่ทำให้จอมขี้เซาอย่างผม ยอมตื่นเช้าขึ้นมาชมวิวได้

จากนั้น ก็ไปอาบน้ำ แปรงฟัน ก่อนเดินไปทานอาหารเช้ากันที่มุมเดิม แต่ที่แตกต่างไปจากเย็นเมื่อวาน คือบรรยากาศของพระอาทิตย์ยามเช้าต้องแสงของดอกหญ้าที่มีให้เห็นโดยทั่วไปในศาลาเขาใหญ่ แต่เป็นประกายที่สวยงาม มากกว่าทุกวัน

ถ้าหิวก็สามารถไปทานที่ห้องอาหารได้ครับ ซึ่งอยู่จุดเดียวกับล็อบบี้ วิลล่าหมายเลข 4 มีข้อดีคือเดินใกล้สุด ทริปนี้มานั่งเล่นที่ล็อบบี้บ่อยๆ เพราะรู้สึกโล่งดี มีหนังสือน่าอ่านเยอะ

ผมสั่ง Egg Benedict มาทานพร้อมกับอาหารจากไลน์บุฟเฟ่ต์ เห็นแบบนี้ ลาบไก่ก็มีนะครับ พอได้ฟีลอีสานหน่อย

วิวจากห้องอาหารยามเช้าครับ … รับน้ำส้มสดเบาๆ เพื่อสุขภาพสักแก้วไหม

กลางวันผมชอบทานง่ายๆ อยู่ในวิลล่า ไม่ค่อยชอบออกไปไหน ดังนั้น สั่งรูมเซอร์วิสเอาดีที่สุด คัดมาให้แล้ว 2 จาน

กระเพราเนื้ออร่อยมากเจ้มจ้นนนนน

หมูย่างจิ้มแจ่วก็เด็ด แซ่บมากครับ อยากได้ส้มตำเพิ่มสักจาน

บ่ายๆ นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ล็อบบี้ อยู่ที่นี่ไม่ต้องมีแอร์ก็ได้มีลมพัดเย็นสบายทั้งวัน แถมยังไม่วุ่นวายเพราะคนไม่เยอะ มีแค่ 7 ห้อง เผลอๆ พนักงานจะมากกว่าแขก เสียอีก 555 ด้วยความที่แขกมีจำนวนไม่มาก หากพนักงานจะใส่ใจในทุกรายละเอียดก็โปรดอย่าได้รำคาญ ให้เค้าได้ทำงานบ้าง เพราะต้องยอมรับว่า  “ศาลาเทรนด์พนักงานมาดี” ทุกนาทีจึงมีแต่ความใส่ใจ 

อยากได้อะไรก็กดเรียกหาได้ตลอดเวลาครับ หิวก็สั่งรูมเซอร์วิสมาทาน หรือจะเดินไปที่ร้านอาหารก็ได้ ทุกจานคือความอร่อย ทุกเมนูคือความใส่ใจ ผักกรอบหวานสดใหม่ จากไร่ออร์แกนิค ตกเย็นแนะนำว่า จองบาร์บีคิวสักเซ็ท ไว้ปิ้งตอนซันเซ็ท ชมพระอาทิตย์ตก ยกเว้นวิลล่าของผมนะ เพราะอยู่ฝั่งพระอาทิตย์ขึ้น (ฮา) แต่ว่าก็โรแมนติกเหมือนกันครับ อากาศหนาวๆ เราได้อะไรร้อนๆ มากินก็ฟินดี

แล้วก็นั่งดูดาวต่อ …

เพราะอย่าลืมว่าเราอยู่บนเขา … ใกล้ดาวที่สุดแล้วตอนนี้ …

เย็นๆ นัดพนักงานไว้ จะมีบาร์บีคิวปิ้งทานกัน บอกได้ว่าจะให้ลงกี่โมงครับ แต่ก่อนอื่นขอเปลี่ยนชุดแนวซาฟารี จะได้เข้ากับคอนเซปต์ป่าในเขาใหญ่ จากนั้นก็ไปถ่ายรูปเล่นกันสนุกๆ

ผมนัดให้ลงสัก 5 โมงครึ่งกำลังดีครับ เขาใหญ่พอพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า อากาศก็เย็นขึ้นมาทันที บาร์บีคิวร้อนๆ กับอากาศหนาวๆ ดูคอนทราสแต่เข้ากันดีนะ งงมั้ย บาร์บีคิวหมูไก่ เสียบแต่สัปปะรดกับมะเขือเทศพอ ไม่ต้องใส่พริก … เพราะผมเผ็ซซซซมากก 55555

สั่งเครื่องดื่มได้นะครับ จะมีพนักงานเข้ามาทักทายเรื่อยๆ เผื่อขาดเหลืออะไรก็บอกได้

ศาลาเขาใหญ่ เป็นรีสอร์ตที่ต้องมาสักครั้ง และเป็นตัวเลือกที่ดีในย่านเขาใหญ่นี้ครับ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนจริงๆ ไม่เน้นไปเช็คอินสร้างแลนด์มาร์กข้างนอก เพราะอยู่ในนี้ก็มีครบทุกอย่าง ที่สำคัญได้ให้เวลาทบทวนตัวเองท่ามกลางความเงียบสงบด้วยครับ เผื่อมีเรื่องต้องตัดสินใจ อาจจะได้ไอเดียดีๆ เพิ่ม แต่ก่อนอื่น … ตัดสินใจและจองก่อนนะครับ

sala KHAOYAI

99 Moo 11, Wangkata, Pakchong Nakorn Ratchasima 30130 Thailand

RESERVATIONS

T : +66-89-846-0500 

E : stay@salakhaoyai.com