OK … Okinawa

ถ้าจะให้พูดถึง “โอกินาวา” (沖縄) เราคงนึกไปถึงมีภาพน้ำทะเลใส อากาศเย็นสบายค่อนไปทางอบอุ่นในหน้าหนาวเกาะแก่งน้อยใหญ่นับร้อยในชื่อ RyūkyūShotō และชายหาดที่ทอดตัวยาวกว่า 700 กิโลเมตรโดยรอบ

นอกจากความน่าสนใจในแง่ของธรรมชาติ น้ำทะเล ป่า โอกินาวา ยังมีร่องรอยอารยธรรมที่ผสมผสาน ทั้งเจ้าบ้านคือญี่ปุ่น เพื่อนบ้านคือไต้หวัน-จีน ปรากฏอย่างชัดเจนในด้านสถาปัตยกรรม การแต่งกาย ศิลปะการต่อสู้ รวมถึงความเชื่อทางศาสนาโบราณที่ยังคงมีชีวิตอยู่

ขณะที่อีกด้าน คือการเติบโตมาจากการเป็นฐานทัพอเมริกัน สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์หลายแห่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของโอกินาวาเมื่อสิ้นสุดสงครามแปซิฟิกและมีร่องรอยของอเมริกันชนเหลือให้เห็น เช่น ร้านอาหาร สถาปัตยกรรม หรือแม้แต่ American Village

แม้โอกินาวาจะห่างไกลจากเกาะหลักของญี่ปุ่น แต่พืชพรรณที่เขียวชอุ่ม สดชื่นตลอดปี มีแนวปะการังและโลกใต้น้ำที่งดงาม อาหารอร่อย ผู้คนอารมณ์ดีและมีอายุยืนที่สุดเพียงเท่านี้โอกินาว่าก็ควรค่าแก่การมาเที่ยวครับ

ยิ่งตอนนี้มีเที่ยวบินตรง เวลาบินดี มาถึงที่สนามบินนาฮา (Naha) ตั้งแต่เช้า เราสามารถเช่ารถขับเที่ยวรอบเกาะได้ทันทีแล้วบินกลับไทยอีกทีตอนค่ำๆ ใช้เวลาสัก 3 วันก็น่าจะเก็บได้ครบ

ผมใช้วิธีบินมาลงที่นี่ก่อน นอนสัก 2-3 คืน ขับรถตระเวนเที่ยวให้หนำใจ เวลาเที่ยว ให้เที่ยวเป็นโซน วนเป็นวงกลม
จะได้ไม่ขับรถอ้อมไปมาครับ เสร็จจากโอกินาวา ก็ค่อยต่อเที่ยวบินภายใน บินไปยังโตเกียวแล้วเที่ยวเมืองหลักของญี่ปุ่นต่อ เที่ยวไปเที่ยวมา เต็มวีซ่า 15 วันพอดีครับ

โอกินาวามีอากาศค่อนข้างร้อนตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 23 ° C โดยเฉลี่ยในฤดูหนาวที่ 17 ° C และต่ำสุด 10 ° C  ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ในขณะที่ฤดูร้อนเริ่มต้นเมษายนไปจนถึงกันยายน แดดอาจจะแรงจนต้องทาซันบล็อกมา แต่ก็พอมีลมทะเลช่วยทำให้อากาศเย็นสบายขึ้น ดังนั้น เวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวที่นี่คือในฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง (ประมาณมีนาคมถึงต้นเดือนพฤษภาคมและปลายกันยายนถึงธันวาคม) ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่พฤษภาคมถึงสิงหาคม เป็นช่วงไม่ค่อยน่าเที่ยวเพราะน่ากลัวจะมีไต้ฝุ่น

ขนาดไปช่วงหน้าหนาว กลางวันยังต้องขอถอดแจ๊กเก็ตเพื่อสัมผัสแดดอุ่นๆ แต่ตกกลางคืนมาก็หนาวพอสมคว

โอกินาวาเป็นจังหวัดอยู่สบาย เพราะมีสภาพอากาศอบอุ่นตลอดทั้งปี ที่เมืองนาฮะจะมีอากาศร้อนที่สุดในเดือนกรกฏาคม โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.9 องศาเซลเซียส เนื่องจากถูกล้อมรอบด้วยทะเล จึงไม่ค่อยมีอุณหภูมิที่สูงถึง 35 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับที่ต่างๆ ในญี่ปุ่น และมีอากาศหนาวที่สุดในเดือนมกราคมโดยมีอุณหภูมิเฉลี่ย 17.0 องศาเซลเซียส

•บินไปโอกินาวา

ปัจจุบันมีสายการบิน พีชแอร์ Peach Aviation ที่ให้บริการบินตรงจากกรุงเทพฯ ลงโอกินาวา เวลาบินตีหนึ่งกว่า ไปถึงนู๊นราวแปดโมงเช้า สามารถลากกระเป๋า เช่ารถแล้วเที่ยวได้ทันที แถมราคาก็ถือว่าเอื้ออำนวยต่อการเดินทาง (ถูกกว่าบินไปสมุยอี๊กกกก)

จองตั๋วเครื่องบิน คลิ๊ก www.flypeach.com

• ทำความรู้จักโอกินาวา

หากเอาแผนที่ญี่ปุ่นมากาง ไล่สายตาลงไปด้านล่างใกล้ ๆ ไต้หวัน จะเห็นหมู่เกาะเล็กๆ รวมตัวกันตรงนั้นคือ “โอกินาวา”  โดยในเดือนมิถุนายนของทุกปี ชื่อโอกินาวาจะปรากฏตามสื่อ เพราะทุกวันที่ 23 คือวันรำลึกการสิ้นสุดการสู้รบครั้งใหญ่ที่คร่าชีวิตประชากรกว่าแสนคนที่โอกินาวา ไปในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2

โอกินาวาเป็น 1 ใน 47 จังหวัดของประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วยเกาะต่างๆ กว่า 160 เกาะ และมีเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่ถึง 47 เกาะ (ไม่เชื่อมกับเกาะหลักของประเทศ) การบริหารประกอบด้วย 11 เมือง (市), 11 ย่าน (町) และ 19 หมู่บ้าน (村) สภาพอากาศ และสภาพภูมิศาสตร์คล้ายกับภาคใต้ของไทย มีเมืองนาฮ่ เป็นเมืองหลัก เป็นที่ตั้งของสำนักงานรัฐบาลจังหวัดโอกินาวา สนามบินและท่าเรือ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของโอกินาวาด้วย

• NAHA นาฮา

นาฮาเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอกินาวา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2464 แต่ก่อนหน้านั้นที่เมืองนี้ก็เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของประชากรบนเกาะโอกินาวามานานแล้ว และครองตำแหน่งเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโอกินาวา ทั้งยังเป็นเมืองธุรกิจที่แน่นขนัดไปด้วยตึกออฟฟิศและสถานที่ราชการของโอกินาวา และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีร้านอาหาร โรงแรม แหล่งช้อปปิ้งอีกเพียบ

บ้านเรือน ร้านค้า ในโอกินาวา มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านเก่าหลังเดี่ยว ตึกแถว อาคารสูง ซึ่งเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองที่กำลังพัฒนา เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต
โอกินาวา มีสิ่งน่าสนใจหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นทะเลที่สวยงาม, ป่าธรรมชาติ, ที่ตั้งของมรดกโลกซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน, วัฒนธรรมอาหารที่ไม่เหมือนใคร, แหล่งช็อปปิ้ง และอีกมากมาย จนกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ให้มาเยือนเมืองตากอากาศของญี่ปุ่นแห่งนี้

•Yui Rail

Yui Rail เป็นรถไฟแบบ Monorail (รถไฟรางเดี่ยว) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2546 และเป็นการขนส่งระบบรางสายแรกของจังหวัดโอกินาวาหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

Yui Rail เป็นรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างสนามบินนาฮาถึงปราสาทชูริ สามารถเดินเชื่อมต่อได้โดยตรงจากอาคารผู้โดยสารภายในประเทศได้เลย สะดวกสบายสำหรับนักท่องเที่ยวมาก  เราสามารถใช้รถไฟรางเดี่ยว (ที่มีอยู่สายเดียวทั้งเมือง) เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเมืองนาฮาได้อย่างสะดวกสบาย

โดยหลัก ผู้คนที่นี่นิยมขับรถ เนื่องจากการคมนาคมมีเพียงรถไฟรางเดี่ยวสายเดียวและวิ่งวนอยู่แค่ในเมืองนาฮา  ดังนั้นการจะออกไปไกลกว่านั้น จำเป็นต้องมีรถขับครับ จะสังเกตว่า ในเมืองนาฮา ชั่วโมงเร่งด่วนก็จะมีรถติดและห้ามรถยนต์ทั่วไปขับในเลนรถสาธารณะในช่วงเวลาที่กำหนดด้วย

•การเช่ารถขับในโอกินาวา

เช่ารถถือเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมมาก และมีผู้ให้บริการหลายเจ้าครับ  ส่วนตัวผมนิยมใช้บริการของ toyota rent a car สามารถจองจากที่เมืองไทยไปได้เลยครับ เนื่องจากรถค่อนข้างใหม่ คันล่าสุดที่ขับนี้ ไมล์ 1,4xx เองครับ

ดูรายละเอียดและจองรถได้ที่นี่ https://rent.toyota.co.jp/th/ มีภาษาไทยครับ

การเช่ารถขับในญี่ปุ่นนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องใหญ่ หากมีการทำผิดกฎ เช่น การควบคุมความเร็ว การหยุดให้คนข้ามถนนข้าม (แม้จะเป็นไฟเขียวของทางรถก็ตาม) และยังมีกฎระเบียบอีกมากมาย ที่ควรศึกษาก่อนการขับรถ ถ้ามือใหม่ลองศึกษาข้อมูลจากเพจลุงก่อนก็ได้ครับ ที่ Driving in Japan

ผมขับรถขึ้นมาทางโซนเหนือก่อนครับ ระหว่างทางก็อาจจะมีจุดแวะ เนื่องจากแพลนเที่ยวไว้เป็นวงกลม เริ่มต้นจากสนามบินนาฮา ก็ไปจบที่สนามบินครับ

•Ryukyu Mura : หมู่บ้านริวกิว

ริวกิว เป็นชื่ออาณาจักรใหญ่ แต่จากการถูกรุกรานจากแคว้นซัตสึมะของญี่ปุ่นในสมัยเอโดะ จึงทำให้ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น จนกระทั่งเกิดการปฏิรูปเมจิ จากนั้นญี่ปุ่นก็ได้ประกาศให้แคว้นริวกิวเป็นจังหวัดโอกินาวา พร้อมกันนี้ กษัตริย์องค์สุดท้ายของริวกิวคือโชไท ก็ได้ถูกพาตัวไปยังโตเกียว เพื่อกำจัดอาณาจักรริวกิวให้สิ้นซาก

ริวกิวเป็นหมู่บ้านโบราณที่อนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวโอกินาวา ประกอบด้วย อาคารที่มุงด้วยกระเบื้องสีแดง ล้อมรอบด้วยกำแพงหินที่ป้องกันพายุไต้ฝุ่น ศาลเจ้า และกิจกรรมเวิร์คช้อปต่างๆ เช่น การปั้นเครื่องปั้นดินเผา เล่นดนตรีเครื่องสายซันชินของโอกินาวา การระบายสีรูปปั้นชิซะ การทอผ้าบิงกะตะ ย้อมครามผ้า มีโรงงานทำน้ำตาลทรายแดง เป็นต้น ดังนั้น การมาเที่ยวหมู่บ้านริวกิว จึงเป็นการย้อนรำลึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรริวกิว (ที่ไม่ค่อยลงลึกเท่าไร ญี่ปุ่นอาจจะอยากให้คนลืมๆ ไป) แต่ก็จะเน้นเรื่องของศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต แทน

หมู่บ้านริวกิวยังมีการแสดงพื้นบ้านแบบครบรส ทั้งการร้องเพลงประกอบซันชิน ระบำขาวนา ระบำเอชา รวมถึงพาเหรดจำลองขบวนเสด็จของกษัตริย์ ที่มีแสดงที่นี่เพียงแห่งเดียว ทั้งหมดล้วนเป็นประเพณีพื้นบ้านอันโด่งดังของชาวริวกิว ความบันเทิงมากมายรอให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชมกันอย่างเพลิดเพลิน

•หน้าผามันซาโมะ(万座毛)

ที่โอกินาวามีหน้าผา และหินก้อนใหญ่ที่ถูกน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นเป็นหน้าผาที่ถูกคลื่นทะเลกัดเชาะจนมีรูปร่างคล้ายกับงวงช้าง เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพริมทะเลที่สวยงามของโอกินาวา และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินยอดนิยมอีกด้วย

•เกาะ KOURI

ผมชอบดอกหญ้าริมทางของโอกินาวามากเลยครับ มีให้เห็นตลอดทาง เวลามันต้องแสงจะส่องประกายระยิบระยับงดงาม

เราขับรถข้ามมายัง เกาะโคริ (Kouri Island : 古宇利島) ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือ ของโอกินาวา มีวิวทะเลที่สวยสดงดงามและมีน้ำทะเลที่ใสในระดับที่แม้แต่คนโอกินาวาเองก็ยังต้องยกนิ้วให้ได้  นอกจากนี้ ที่หาดทีนุซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะยังมีโขดหินที่ถูกเรียกว่า “Heart Rock” เนื่องจากสามารถมองเห็นเป็นรูปหัวใจได้ นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสำหรับคู่รักเลยล่ะครับ

ระหว่างนี้เราก็จะจอดรถ (เสียค่าจอด 100 เยน) จากนั้นก็จะลงไปชื่นชมความงาม โดยการเดินลงไปยังริมทะเลเพื่อไปชม Heart Rock ครับ

หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นกันบ้างแล้วกับหินรูปหัวใจ 2 ก้อนเรียงกันอยู่ในน้ำทะเล ชาวโอกินาวาเรียกชายหาดแห่งว่า “Heart Rock Beach” หรือ “เกาะแห่งความรัก”

•KOURI SHRIMP

เกาะ KOURI ซึ่งอยู่ในตอนเหนือของเกาะหลักโอกินาวา จะมีร้านกุ้งผัดเนยกระเทียมชื่อดังนั่นคือร้าน KOURI SHRIMP ที่ขายกุ้งกระเทียมที่เป็นของขึ้นชื่อของฮาวาย

ร้าน KOURI SHRIMP ใช้วัถถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดีและรวมถึงใส่ใจวิธีการปรุงอาหารและเครื่องเทศโดยขายกุ้งผัดเนยกระเทียมแบบฉบับโอกินาวา เราสามารถกินกุ้งไปด้วย ดูวิวทะเลฟ้างามๆ ตัดกับสะพาน Kouri พลอยเพลินและทำให้รู้สึกอร่อยมากยิ่งขึ้น ส่วนตัวชอบเครื่องดื่มครับเป็นน้ำเลมอน สปาร์คลิ่ง แก้งละ 342 เยน ดื่มแล้วสดชื่น ซาบซ่าาาาา รักโอกินาวา ขึ้นมาอีกเป็นกองเลยครับ

•INN CAFE’, SUNDOWNERS STUDIO

จากนั้น มาต่อกันที่ร้านกาแฟ INN CAFE’, SUNDOWNERS STUDIO

วิวคือเทพ กาแฟคือดี ราคาคือแพง

ชั้นล่างเป็นเหมือนโรงรถแนวติสต์ๆ ส่วนชั้น 2-3 ของที่นี่เปิดเป็นสตูดิโอชิคๆ ตกแต่งด้วยพรอพแนววินเทจ ที่ตกแต่งแตกต่างกันไปในแต่ละชั้นแต่ละห้อง ราวกับว่า เรากำลังพลิกดูแต่ละหน้าของนิตยสารตกแต่งบ้านภายใน พร้อมรอให้ทุกคนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน

เจ้าของคือคุณ โทโมฮิโระ โคกะ ทำงานเป็นนักออกแบบกราฟิก หนีความชิคจากโตเกียว มาสร้างที่นี่ให้เป็นเหมือนโกดังโรงงานเก่า แต่เท่ห์กว่า เพื่อจะเป็นสถานที่แห่งความสุขของผู้คนที่ชอบถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นเซลฟี่หรือถ่ายที่สตูดิโอ

ในขณะที่การใช้สีดำคือความชอบส่วนตัว แม้หลายคนจะมองว่าแปลกแตกต่างก็ตาม ซ้ำยังสร้างจากคอนเทนเนอร์ ที่เกิดจากไอเดียว่าถูกกว่าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กในโอกินาว่า แต่ก็กลายเป็น SIGNATURE ของ OKINAWA ไปโดยปริยาย

ส่วนตัวร้านกาแฟอยู่ชั้น 4 บนสุดเป็นดาดฟ้า เอาไว้นั่งรับลมชมพระอาทิตย์ตก ที่มีอาหารแนวออร์แกนิคและไลท์มีลขาย มีขนมที่ปราศจากกลูเตน มีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ มิลค์เชค น้ำผลไม้ขาย โดยเฉพาะกาแฟคือดีย์ มีที่มาจากหลายสถานที่ต่างสายพันธุ์ ข้อเสียคือราคาแพง แก้วนึงเกือบพันเยน หรือราว สามร้อยบาท แถมยังบังคับสั่งเครื่องดื่มอย่างน้อย 1 แก้วต่อ 1 คนด้วย แต่ถ้าหักลบกับค่าสถานที่ ทำให้มีรูปสวยๆ ดีๆ เก๋ๆ ไว้อัพลง IG เยอะอยู่ ก็ดูจะเป็นราคาที่ต้องจ่าย

…เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี

INN CAFE’ เวลาเปิดปิดแต่ละวันไม่แน่นอน เช็คข้อมูลก่อนไปได้ที่  http://www.inn-cafe.com/

•Cape Hedo : แหลมเฮโด

ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของปลายเกาะโอกินาวา เป็นพื้นที่ที่ปกคลุมด้วยป่าไม้และภูเขา สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาจากหน้าผาชายฝั่งทะเล

บริเวณนี้นอกจากจะมีชายหาดที่สวยงาม ยังจะเห็นหินริมฝั่งทะเลรูปร่างแปลกตา พร้อมกับแนวหินและปะการังที่สมบูรณ์ เป็นแหลมสวยงามของโอกินาวาที่น่าไปเที่ยวชมมาก

•ANA InterContinental Manza Beach Resort

สำหรับโอกินาวาในโซนตอนเหนือแล้ว โรงแรมที่วิวดี่ที่สุดแห่งหนึ่งที่อยากจะแนะนำคือ ANA InterContinental Manza Beach Resort อยู่ในเครือ IHG เครือโรงแรมยักษ์ใหญ่ของโลก สามารถขับรถมาเที่ยวได้ จะมีพนักงานนำรถขับไปจอดให้

ภายในโรงแรมดูโอ่งโถงโอ่อ่า ล๊อบบี้ที่อลังการ มีลมพัดโกรกเข้ามาในอาคารทำให้อากาศเย็นสบาย  ใครจองห้องคลับมาสามารถขึ้นไปเช็คอินที่ชั้น 9 เป็นชั้น Premium Floor ด้านบนจะมี Lounge ไว้ต้อนรับพร้อม Welcome Drink ขนมว่าง และเครื่องดื่มต่างๆ ให้บริการ ที่สำคัญโรงแรมนี้ สามารถเทควิวทะเลได้เกือบ 360 องศา ดังนั้นไม่ว่าจะจองห้องระดับไหน ก็เห็นทะเลด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

จองโรงแรม ANA InterContinental Manza Beach Resort คลิ๊ก >> https://www.booking.com/s/35_6/kant5371

•Hotel JAL City Naha

ส่วนถ้าเป็นโรงแรมในตัวเมือง Naha ผมแนะนำ Hotel JAL City Naha เพราะว่าอยู่ใจกลางเมือง ชุมชนย่านถนนโคะคุไซโดริ (Kokusai Odori) ย่านถนนช้อปปิ้ง Kokusai หากเดินเหนื่อยๆ ก็สามารถแวะเอาของมาเก็บก่อน แล้วเที่ยวต่อได้ แถมยังเป็นโรงแรมที่ได้รับคำชื่นชมด้านการให้บริการที่ดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับด้านนอกที่มีผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน ที่สำคัญบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าของที่นี่ถือว่าดีงามมาก มีเมนูหลากมายมากกว่า 50 อย่าง เลือกกันไม่ถูกเลยทีเดียว

จองโรงแรม Hotel JAL City Naha คลิ๊ก >> https://www.booking.com/s/35_6/kant5371

•Kokusai Street

Kokusai Dori Street  ถนนโคคุไซโดริเป็นถนนหลักของเมืองโอกินาวาตั้งอยู่กลางเมืองนาฮา มีความยาวประมาณ 1.6 กิโลเมตร  ไม่นับตรอกซอกซอยต่างๆ ตลอดตามทางถนนเรียงรายไปด้วยร้านขายของพื้นเมืองมากมาย สองข้างทางถนนโคคุไซโดริจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารพื้นเมืองของโอกินาวา และร้านขายของฝากมากมาย เดินเข้าไปตามตรอกซอกซอยเล็กๆ สองข้างทาง ก็จะพบกับร้านน่ารักๆ เป็นสไตล์คาเฟ่ มีร้านขายของใช้ มีตลาดสดด้วย

ก่อนหน้านี้ในสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ถนนโคคุไซโดริเป็นเพียงแค่ถนนว่างเปล่าจากนั้นก็ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนบ้านเมืองที่เคยเป็นสนามรบให้เป็นแหล่งชุมชนที่มีร้านค้ามากมายเต็มไปด้วยบรรยากาศครึกครื้นอย่างที่เห็นในปัจจุบัน จนได้รับการขนามนามว่าเป็น “ถนน 1 ไมล์แห่งความมหัศจรรย์”

ถนนสายนี้เริ่มช้อปกันได้ตั้งแต่เช้า 09.00 น. แต่ช่วงเวลาที่คนเยอะคึกครื้นคือช่วงเย็นถึงดึกจะคึกคักสุดที่นี่ถือเป็นถนนสายหลักของเมืองนาฮาเลยก็ว่าได้ ส่วนของที่นิยมซื้อกันมากที่สุดคือ ขนมทาร์ตมันม่วง และ คิทแคทมันม่วง ซึ่งจะเป็นของฝากที่หาได้จากโอกินาวาเท่านั้น

•Mihama American Village

หมู่บ้านอเมริกันมิฮามะเกิดจากการตั้งฐานทัพอเมริกันในบริเวณนี้ จนกลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองชาตัน อยู่ทางตอนกลางของโอกินาวา ห่างจากนาฮา เมืองหลวงไปประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ที่นี่เป็นศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ สร้างและออกแบบตกแต่งในสไตล์อเมริกัน มีทุกอย่างครบวงจร ตั้งแต่แหล่งช็อปปิ้ง ร้านอาหาร (นานาชาติ) คลับ บาร์ คาราโอเกะ โรงหนัง เกมส์ ปาจิงโกะ ชิงช้าสวรรค์ ร้านค้า และสถานบันเทิงสไตล์อเมริกาที่ผสมผสานอย่างเยี่ยมยอดไปกับวัฒนธรรมของเกาะโอกินาวา

ร้านอาหารสไตล์อเมริกัน ส่วนใหญ่ ก็มีร้านทาโก้ แฮมเบอร์เกอร์ และฮอทด็อก แล้วยังมีร้านอาหารต่างชาติหลากหลาย เช่นร้านอาหารอินเดีย อเมริกาใต้ และ อิตาลี แถมยังมีร้านอาหารไทยด้วย สามารถขับรถมาได้อย่างสบาย เพราะมีลานจอดรถกว้างขวางในหลายจุดไว้คอยให้บริการ

พูดถึงร้านอาหารไทยในญี่ปุ่นกันสักหน่อย ปัจจุบันมีร้านอาหารไทยจำนวนหลายพันร้าน รวมไปถึงที่โอกินาวา ก็มีร้านอาหารไทยให้ลองทานหลายร้านด้วยกัน ซึ่งกุ๊กจะเป็นคนไทยส่วนพนักงานเสิร์ฟส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น ราคาก็พอๆ กับร้านอาหารไทยในห้างทั่วไป อาหารตามสั่งจะอยู่ที่จานละ 1,000-1,500 เยนโดยประมาณ

•Blue Seal

แต่ที่ฮิตกว่าอาหารไทย ก็เห็นจะเป็นร้านไอศครีมครับ เนื่องจากที่โอกินาวา อากาศค่อนข้างร้อน ไอศครีมจึงค่อนข้างขายดี โดยเฉพาะร้าน Blue Seal ที่มีโลโก้คล้ายกับนมโฟร์โมสต์นี่เอง

ตามประวัติบอกว่า เมื่อสงครามสิ้นสุดลงในปี 1945 ร้านไอศครีม Blue Seal จากโฟร์โมสต์ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อให้บริการทหารอเมริกัน โดยต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อ ในปี 1976 เพื่อให้มีความรู้สึกถึงความเป็นไอศครีมของคนโอกินาวามากกว่า

ภายในร้านมีการตกแต่งภายในที่น่ารักตามสไตล์ของชาวอเมริกันที่ แถมยังมีรสชาติให้เลือกหลากหลายกว่า 20 รายการและยังมีรสชาติที่มีเฉพาะฤดูอีกด้วย นอกจากนี้ในร้านยังมีการขายของที่ระลึกตามโลโก้ร้านเพื่อให้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านกันไปเป็นของฝาก

•Okinawa Churaumi Aquarium

ภาพนี้เป็นมุมมหาชนที่ทุกคนไปโอกินาวา แล้วต้องมี ภาพนี้ถ่ายจาก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ Okinawa Churaumi Aquarium(ちゅら海水族館 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่มีตู้ปลายักษ์ที่มีทั้งฉลามวาฬและกระเบนแมนตาตัวใหญ่ว่ายวนไปมาเป็นไฮไลท์ของที่นี่และยังเต็มไปด้วยปลาและสัตว์น้ำเขตร้อนนานาพันธุ์ ถ้าได้มาโอกินาวาแล้วละก็ต้องไปที่นี่ให้ได้เลย

โอกินาวา ชูราอุมิ อควาเรียมเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีตู้ปลาขนาดใหญ่ อันดับต้นๆ ของโลก ขนาดตัวแท็งก์น้ำมีขนาดยาว 35 เมตร ×กว้าง 27 เมตร ×ลึก 10 เมตร  ความจุ 7,500 ลูกบาศก์เมตร เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 1 ของโอกินาว่า และได้รับการจัดอันดับให้เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นอีกด้วย โดยมีไฮไลท์คือฉลามวาฬขนาด 8  เมตรกว่า ว่ายวนไปมาในตู้ปลาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ที่นี่เราสามารถศึกษาระบบนิเวศจำลองโลกใต้น้ำ ตามคอนเซ็ปต์ของชื่ออควาเรียมที่แปลว่าทะเลแห่งความสุข เรายังได้เห็นบรรดาสัตว์น้ำ เช่นฉลามวาฬและกระเบนราหู ปลาเขตร้อน ทะเลปะการัง และทะเลฉลามอันตราย ที่ว่ายน้ำไปมาอย่างอิสระ ในมุมที่ต่างกันออกไป ทั้งด้านหน้า ด้านบน ด้านข้าง ด้านล่าง มุมมองแบบพาโนรามา ราวกับว่าได้อยู่ในโลกใต้ทะเลลึก

นอกจากนี้ยังมี คาเฟ่โอเชี่ยนบลู (Café Ocean Blue) นั่งทานอาหารท่ามกลางฝูงปลาว่ายรายล้อม เพลิดเพลินกับปลาฉลามขนาดใหญ่ที่มองเราจิบกาแฟและทานขนมชิลๆ ได้อีกด้วย

 

•Okinawa World

โอกินาว่าเวิลด์ (Okinawa World) ตั้งอยู่ในเมืองนันโจ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวบรวมเรื่องราวแหล่งท่องเที่ยวที่มีความงามของธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์มากมายของโอกินาวา ไว้ที่นี่

ในตัวโอกินาวาเวิลด์มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่งด้วยกัน แต่สถานที่แนะนำให้ไปเยือนมากที่สุด คือ “ถ้ำเกียวคุเซ็น” Gyokusendo Cave สามารถเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี ว่ากันว่าถ้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากปะการังธรรมชาติเมื่อ 300,000 ปีมาแล้ว  เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามอลังการมาก ๆ โดยอยู่ต่ำกว่าพื้นดินประมาณ 30 เมตร มีความยาวของถ้ำทั้งหมดประมาณ 5 กิโลเมตร บางจุดที่มีน้ำขัง ก็จะเป็นสีฟ้าใสราวกับคริสตัล เพราะแร่ธาตุที่อยู่ในหินและน้ำทำปฏิกิริยาจนเกิดเป็นน้ำสีฟ้าใสสวยงาม ภายในได้ถูกติดตั้งประดับดวงไฟ จึงทำให้ได้ภาพที่สวยงามเป็นอย่างยิ่ง อุณหภูมิโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 21 องศาเซลเซียส

•Senagajima Umikaji Terrace

Senagajima Umikaji Terrace เป็นแหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ของโอกินาวา สร้างอยู่บนเนินเขาลาดเอียงเกาะเซะนะกะจิมะ ตัวอาคารและกำแพงสีขาวตัดกับฉากหลังเป็นท้องฟ้าและสีโคบอลต์บลูของน้ำทะเลที่ชวนหันหน้าไปรับลม ทำให้ได้รับบรรยากาศสบาย ๆ แบบรีสอร์ทตากอากาศ รวมร้านอาหาร และร้านค้าเก๋ๆ ไว้มากมาย ตั้งแต่ร้านขายเครื่องประดับและของที่ระลึกพื้นเมือง ร้านขายผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้จากโอกินาวะ รวมทั้งร้านอาหารหลากหลาย ที่เหมาะแก่การนั่งชมพระอาทิตย์ตกริมทะเล พร้อมจิบค็อกเทลแก้กระหายไปพร้อมกัน

นั่งดูคนแล่นเรือไปเพลินๆ สลับกับวิวเครื่องบินที่กำลังขึ้นลงเนื่องจากอยู่ใกล้กับสนามบินนาฮาที่เราจะต้องไปขึ้นเครื่องกลับนั่นเอง จึงเหมาะที่จะเป็นสถานที่สุดท้าย ผ่อนคลาย พักใจ ก่อนเดินทางกลับไทยในไฟล์ท 3 ทุ่ม 45

สรุปให้ว่า โอกินาวา เป็นเมืองน่ารัก

โอกินาวา ประตูทางตอนใต้ จะเปรียบไปก็เหมือนฮาวายของญี่ปุ่น อากาศที่นี่ก็เย็นสบายไม่ร้อนและไม่หนาวมีความเจริญเข้าถึงพอสมควร แม้จะไม่เท่าเมืองใหญ่ แต่ก็เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและแวะช้อปปิ้งเล็กน้อย

โอกินาวา เมืองที่จะว่าน่ามาก็ไม่ใช่ แต่จะไม่มา … ก็ไม่ได้ จะมาเดินเล่นก็ง่าย จะขับรถแบบ road trip ก็ทำได้อย่างสบายใจ เดินทางง่าย ไฟล์ทไทม์ดี และตั๋วที่ราคาไม่แพง