MUJI HOTEL GINZA, JAPAN

 

กานต์บินตรงจากไทย เพื่อมาร่วมเปิดโรงแรมมูจิ กินซ่า (MUJI HOTEL GINZA) แห่งแรกในบ้านเกิดที่ญี่ปุ่น แต่เป็นสาขาที่ 3 ของโลกต่อจากเซิ่นเจิ้นและปักกิ่งครับ

 

 

นอกจากจะเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดของมูจิ ที่รวมเอาไว้ทั้งร้านขายสินค้าของแบรนด์ ร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ แกลอรี่ และที่นี่ยังเป็นโรงแรมด้วย “MUJI HOTEL GINZA” MUJI ที่นี่ยังเป็นแนวคิดใหม่ ไม่เหมือนสาขาใดในโลกครับ เพราะมีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร บาร์ โรงแรมแกลอรี่และมีห้องสมุด!! เป็นรูปแบบใหม่แห่งเดียวในโลก ซึ่งยังคงคอนเซปต์ “เรียบง่าย สร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการคิดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ซึ่งตรงนี้คือหัวใจสำคัญและกลายเป็นแบรนด์ดิ้งของมูจิไปในที่สุด

ล้ำลึกมากเลยนะครับ “มูจิเป็นแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์ แต่ในความไม่มีแบรนด์ นั่นคือแบรนด์”

 

 

ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มีอะไร – แล้วมูจิมีอะไร?

What is MUJI?

 

MUJI ย่อมาจาก Mujirushi Ryōhin แปลว่า สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่ห้อ ซึ่งเป็นความคิดที่สวนกระแสวัตถุนิยมของสังคมญี่ปุ่นในยุคเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยน แต่ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้ลูกค้าและสังคมของมูจิไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเน้นความเรียบง่าย ไม่มีโลโก้ ไร้สีสัน ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ ต้องมีคุณภาพ

 

ในวันเปิดตัว 04.04 บริเวณด้านหน้าร้านค้ามูจิ มีแฟนๆ มารอตั้งแต่เช้าตรู่ ใครมาเที่ยวกินซ่าช่วงนี้ จะเจอธงของมูจิสีเลือดหมู ปักอยู่ทั่วเลยครับ โรงแรมมีพิธีเปิดตอน 10 โมงเช้า เป็นไปอย่างเรียบง่าย มีแค่ผู้จัดการสาขามากล่าวต้อนรับประมาณ 1 นาที คำนับ 1 ที จากนั้น ก็ … โดโซะ (เชิญครับ) แต่โรงแรมจะให้เช็คอินได้ในเวลาบ่าย 3 ตามมาตรฐานญี่ปุ่น กานต์เลยมาเดินเล่น อ่านหนังสือ เดินเล่น กินกาแฟรอที่ร้านค้าของมูจิก่อนครับ

 

 

เข้ามาดูด้านในกันดีกว่าพาขึ้นบันไดไปทัวร์ทีละชั้น

 

 

ชั้น 1 ขายพวกกะปิ น้ำปลา ไม่มี!! มีเบเกอรี่ ผัก ผลไม้ เครื่องปรุง อาหารกึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่ม มีซุ้มสมูทตี้ด้วย คนรอคิวกันแน่น โซนเบเกอรี่ก็ขายดีครับ คนต่อแถวซื้อกันเพียบ ทำแทบไม่ทัน เป็นขนมสดใหม่ ไม่ใส่สารกันบูด ปั้นแป้ง ใส่ไส้แล้วอบกันตรงนั้นเลยครับ

 

 

ชั้น 2 ขายเสื้อผ้าทั่วไป มีไลน์ MUJI Labo เสื้อผ้าคอนเซปต์ใหม่ ใส่ได้ทั้งชายและหญิง ตัดเย็บจากวัสดุธรรมชาติ – ราคาก็สูงพอสมควร

 

 

ชั้น 3 MUJI to Go สินค้าสำหรับเดินทาง กระเป๋าเดินทางถูกกว่าที่ไทยพอสมควร มีเครื่องเขียน อุปกรณ์สำนักงานและ จักรยาน – หลายคนคิดเหมือนกานต์ว่าอยากจะขนจักรยานมูจิกลับ

 

 

ชั้น 4 ชั้นแม่และเด็ก เครื่องครัว และร้านหนังสือ MUJI BOOK – ชอบร้านหนังสือมูจิ มีหนังสือเกี่ยวกับไอเดียเยอะมาก ส่วนมากเป็นภาษาญีปุ่น อ่านไม่ออก แต่รูปสวย จบนะ

 

 

ชั้น 5 ของใช้ภายในบ้าน โต๊ะ ตู้ เตียง ผ้าม่าน หาได้ที่นี่ ใครอยากออกแบบตกแต่งภายใน ที่นี่มีอินทีเรีย บริการฟรี (ถ้าซื้อของ) – ถ้ามีบ้านอยู่ญี่ปุ่นอยากทำครัวแบบมูจิ หม้อหุงข้าวน่ารัก ไมโครเวฟน่าใช้ 555

 

 

เชื่อมแต่ละชั้นด้วยบันไดเลื่อน ดีไซน์เก๋ไก๋ ขึ้นไปชั้น 6 ดีกว่า ตื่นเต้น เพราะเป็นชั้นไฮไลท์ มีบาร์ มีซาลอนไว้คอยบริการเครื่องดื่ม ตกแต่งแบบเรียบง่าย ชวนให้คิดว่า ขายหรือไม่ขาย (ฮา)

 

 

นอกจากนี้ ยังมีจุดให้นั่งพัก เพื่อพูดคุย ตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์ทางความคิด มีปลั๊กให้เสียบ ไวไฟก็มี อ่านหนังสือก็ฟรี ที่นี่มีหนังสือเยอะดี เน้นขายความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานศิลปะและการใช้ชีวิ

 

 

 

มี ATELIER MUJI แสดงนิทรรศการที่หมุนเวียนกันไปในแต่ละเดือน เริ่มต้นด้วยงานของภัณฑารักษ์ Keiji Nagai ชื่องานว่า To Change. Enzo Mari and the “Chestnut Tree Project” เน้นงานคราฟท์ ขายความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานศิลปะ ส่วนอีกนิทรรศการชื่อ “Design is” เพื่อกระตุ้นให้คนทำความเข้าใจการเรื่องงานดีไซน์ ในมุมมองของตนเอง – ผมใช้เวลาตรงนี้ไปเกือบชั่วโมง กับการอ่านนิยามคำว่าดีไซน์ของใครหลายคน

 

 

ถ้าอ้อมไปอีกด้านของตึกเชื่อมต่อกันจะเป็นส่วนของทางเข้าโรงแรมที่แยกออกมา แต่ก็สามารถเข้าจากทางร้านค้าได้เหมือนกัน จะเห็นว่า มีแค่ชั้น 1 แล้วขึ้นลิฟต์ต่อไปชั้น 6 เลยครับ ชั้นอื่นจะไม่เชื่อมกัน ด้านหน้าโรงแรมมีความเรียบง่าย

 

 

หน้าบ้านของโรงแรมมูจิ เป็นส่วนที่คนให้ความสนใจเข้ามาถ่ายรูปมากที่สุด สามารถเดินจากส่วนของห้องสมุดทะลุมายังล้อบบี้โรงแรมได้เลยครับ เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อในชั้น 6 ระหว่าง ส่วนของร้านค้า คาเฟ่ กับล้อบบี้โรงแรม ตกแต่งอย่างเรียบง่าย สไตล์มูจิ ชอบสินค้าชิ้นไหน เดินไปซื้อหรือถามจากพนักงานได้เลยครับ มีขายทุกอย่างที่ใช้ ภายใต้แบรนด์มูจิ แต่ล้อบบี้มีที่นั่งรอไม่เยอะนะ

 

 

จากนั้นก็ได้เวลาเช็คอิน วันนี้คนเข้าพักเยอะมากครับ ห้องมี 9 type แต่ละห้องราคาจะแตกต่างกันแต่ที่สำคัญคือราคาในแต่ละแบบนั้นจะเท่ากันทุกวัน ตรงนี้ เป็นจุดที่ชอบมากคือเรื่องราคาที่ไม่เปลี่ยน แม้จะเป็นวันหยุดหรือช่วงเทศกาล ก็จะยังได้ราคานี้ ขอเพียงจองให้ทัน ตามคอนเซปต์ “anti-gorgeous, anti-cheap” คือไม่ได้หรูหราแต่ว่าก็ไม่ได้ถูกเกินไป สามารถตอบสนองความพึงพอใจและการใช้สอยภายในโรงแรมและห้องพักได้อย่างครบถ้วน พร้อมสไตล์ที่เห็นแล้วรู้เลยว่า นี่คือมูจิ

 

 

ตอนเช็คอิน พนักงานจะมีกิมมิคเล็กน้อย ด้วยการให้เลือกกลิ่นอโรม่าตามใจชอบ เอาไว้พ่นควันในห้อง 555 นอกจากนี้ จะมีนกหวีดให้ ถามว่าเอาไว้ทำอะไร – “เผื่อฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือ” พนักงานตอบ (เอิ่มมมม คงช่วยได้ทันหรอก 555)

 

 

เมื่อเปิดประตูเข้ามาพบว่า ห้องเป็นดีไซน์ใหม่ที่แปลกต

 

กานต์ได้ห้องชั้น 8 ครับ เมื่อเปิดประตูเข้ามาพบว่า ห้องเป็นดีไซน์ใหม่ที่แปลกตา คือเป็นห้องแนวลึก ด้านหน้าดูเหมือนแคบกว่า เพราะเว้าเข้าไปเป็นห้องน้ำครับ หลายคนไม่ชินแน่นอน ห้องขนาดประมาณ 24 ตารางเมตร หน้ากว้างราว 3 เมตร ลึก 8 เมตร ครับ ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เฟอร์นิเจอร์ในห้องและในโรงแรมทุกชิ้น ล้วนแต่เป็นของที่ผลิตโดย MUJI ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะบิลด์อิน หรือลอยตัว วัสดุตกแต่งส่วนมากทำจากไม้ตามสไตล์ MUJI ของใช้ ของประดับภายในห้องกระจุกกระจิก ปากกา ยาสีฟัน แก้วน้ำ ช้อนกาแฟ กาต้มน้ำ อโรม่า โซฟา โต๊ะ เก้าอี้ เตียง หมอน ที่นอน ผ้าห่ม โคมไฟล้วนเป็นของ MUJI ทั้งสิ้น ขนาดทีวี ก็ยังใช่ มีขนมของมูจิวางไว้ให้ทาน มีกาแฟและชามะลิให้ดื่มฟรี มีทีวียี่ห้อ มูจิให้ดู นอกจากมีช่องมูจิ 2 ช่อง ก็จะมีช่องญี่ปุ่นเป็นหลัก ส่วนช่องสากลมี BBC กับ CCTV ของจีนครับ

 

 

แถมมีชุดนอนผ้าลื่นๆบางๆ เบาสบายดีไซน์แบบมินิมอลเตรียมไว้ให้ใส่ด้วย ใส่แล้วน่ารักมาก ถ้ามาเป็นคู่คงได้ตีมเสื้อนอนคู่

 

 

 

เห็นจะมีเพียงชักโครกที่เป็นของ TOTO เพราะมูจิยังไม่ได้ทำชักโครกขาย 555 Amenity ในห้องน้ำล้วนแล้วแต่มีขายในร้านมูจิทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแชมพู ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ แต่ที่เลือกมาให้ใช้เป็นกลิ่นคล้ายส้มยุซุ อาบแล้วสดชื่นดีครับ หอมมาก จนต้องซื้อกลับไทย ส่วนของใช้อื่นๆ ก็เตรียมไว้ให้ครบ มีหวี มีดโกน ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า มอซเจอร์ไรเซอร์ กระจกพับบานเล็ก ส่วนใครเสียดายหวี อันนี้ก็ขนกลับมาได้นะครับ

 

 

ในห้องมีหนังสือเกี่ยวกับงานดีไซน์วางไว้ให้อ่านในห้อง 4-5 เล่มรวมถึงสินค้ามีดีไซน์ของมูจิเองด้วย อ่านเพลินมากครับ อ่านปุ๊บอยากลงไปซื้อของปั๊บ

 

ปรัชญามูจิ

มีให้อ่านทุกห้องครับ
อีกนัยหนึ่งคือแคทตาล็อกขายของ อ่านแล้วอยากได้ชิ้นไหน โทรสั่งพนักงานได้เลย

 

 

ส่วนอาหารเช้าทานกันที่ห้องอาหาร WA เฟอร์นิเจอร์ในห้องอาหารล้วนแต่เป็นของที่ผลิตโดย MUJI ทั้งสิ้น ตกแต่งด้วยไม้ตามสไตล์ MUJI แสงสว่างมาจากธรรมชาติ

 

 

ที่นี่เป็นไลน์บุฟเฟต์แบบง่ายๆ ไม่เยอะมาก  ดีไซน์อาหารและการจัดวาง ออกมาน่ารักครับ ทุกอย่างไม่เว้นถ้วยช้อนจานชามล้วนแล้วแต่มีขายที่ร้านมูจิทั้งสิ้น กานต์ชอบเครื่องกดกาแฟ แหม.. มันน่ารักดี และน้ำสลัดงาที่นี่เข้มข้นเหมือนทานงาปั่นเพียวๆ อร่อยมากครับ อาหารที่นี่เสิร์ฟแบบเรียบง่าย มาที่นี่เหมือนมาให้รู้จักตัวเอง เข้าใจโลก ใช้ชีวิตเรียบง่าย ในราคาที่หามาจ่ายได้ยาก (ฮา)

 

 

ชั้น B1 เป็นร้านอาหารคอนเซปต์ใหม่ ชื่อว่า MUJI Diner ขายทั้งเช้า / กลางวัน / เย็น มุ่งเน้นการนำเสนอรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบจากธรรมชาติ เนื่องจากมูจิมีโครงการสนับสนุนเกษตรกรปลูกพืช อาหารของที่ร้านมีทั้งแบบญี่ปุ่นและสากล บนพื้นฐานความเรียบง่าย ไม่ใส่สารกันบูดและใส่เครื่องปรุงให้น้อยที่สุด

คนรอคิวแน่นทั้งวัน

เป็นทริปญี่ปุ่นที่กานต์ตั้งใจมาพักโรงแรมมูจิ กินซ่าโดยเฉพาะ ส่วนตัวแล้วถูกใจในดีไซน์ และการนำเสนอ แต่ก็มีส่วนที่ไม่ค่อย “ถูก” (ราคา) ถือซะว่า “ซื้อ” ประสบการณ์แบบมูจิที่หาที่ไหนไม่ได้ครับ และชวนให้คิดอะไรได้บางอย่างระหว่างหัวถึงหมอน

 

 

MUJI ย่อมาจาก Mujirushi Ryōhin แปลว่า สินค้าคุณภาพดีที่ไม่มียี่ห้อ ซึ่งเป็นความคิดที่สวนกระแสวัตถุนิยมของสังคมญี่ปุ่นในยุคเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้ผมได้คิดว่า ถึงยุคสมัยจะเปลี่ยน แต่ปรัชญาในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างชีวิตที่ดีให้ลูกค้าและสังคมของมูจิไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเน้นความเรียบง่าย ไม่มีโลโก้ ไร้สีสัน ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และที่สำคัญคือ ต้องมีคุณภาพ ไม่สนใจว่าใครจะเรียกว่าอินดี้ ไม่ตามกระแส หรือว่าฮิปสเตอร์

พูดถึงฮิปสเตอร์ ผมเพิ่งอ่านบทความของ a day magazine เขียนโดยแชมป์-ทีปกร ตอนหนึ่งบอกว่า

“ … การแหกขนบโดยไม่มีแนวคิดที่มั่นคงภายใน เป็นการ ‘แหกเพื่อให้ตัวเองเป็นส่วนน้อย’ ‘ขอให้ได้คิดต่างก็พอใจแล้ว’ โดยที่ไม่รู้ว่าคิดต่างไปทำไมนั้นอาจทำให้เราไม่ต่างอะไรไปจากแบบจำลองในโมเดลทดลองง่ายๆ ของโจนาธาน … “

 

 

นั่นคือความเป็นฮิปสเตอร์ที่ไม่เป็นฮิปสเตอร์ – ผมสรุปความได้แบบนี้
เป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่เชื่อมั่นว่าดี และทำมันให้ดีที่สุด … แค่นี้ก็พอครับ

MUJI HOTEL GINZA
6F, 3-3-5, Ginza, Chuo-ku, Tokyo, Japan

tel. +81-3-3538-6101

https://hotel.muji.com/ginza/en