INTERCONTINENTAL PHUKET RESORT

ภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของไทย มีโรงแรม รีสอร์ทเปิดใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา อาจจะด้วยโลเคชั่นที่เป็นเกาะ ล้อมรอบด้วยทะเล มีความงดงามของทรัพยากรธรรมชาติ จนได้ชื่อว่าเป็น “ไข่มุกแห่งอันดามัน” 

ล่าสุด กับการเปิดตัวโรงแรมหรูแห่งใหม่ในเชน IHG Hotels & Resorts ที่มีไฮไลท์เป็นอาคารสีขาวสะดุดตาจนหลายคนเห็นรูปแล้วถามว่า #นี่วัดอะไรในภูเก็ต หรือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่

นี่เป็น #รีวิวแรกก่อนใคร กับโรงแรมหรู 5 ดาวเปิดใหม่ในภูเก็ต InterContinental Phuket Resort

กานต์ได้รับเชิญให้ไปร่วมเปิดตัวโรงแรมสุดหรู ที่จัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ลงเครื่องก็มีรถโรงแรมมารับครับ อินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท อยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต 30 นาที แต่จะว่าไปเดี๋ยวนี้ภูเก็ตรถติดมากกกกกก อาจจะใช้เวลามากกว่านี้สักหน่อยในบางจุดครับ

ล้อบบี้เช็คอินจะอยู่บนเนินเล็กน้อย ดูแกรนด์มากครับ ด้วยโลโก้ของอินเตอร์คอนที่ติดไว้แบบเรียบง่าย แต่ให้รู้ไว้นะว่า

“ชั้นคืออินเตอร์คอน … ชั้นไม่ธรรมดาจ๊ะ”

ส่วนด้านบนสุดเป็นสระว่ายน้ำ ไว้ชมพระอาทิตย์ยามเย็น

ที่นี่เป็นอินเตอร์คอนติเนนตัลแห่งแรกในภูเก็ต ตั้งอยู่ที่หาดกมลาส่วนตัวชอบหาดนี้ เพราะค่อนข้างเงียบ โรงแรมสวยๆ เพียบ หน้าหาดยาวเป็นกิโล เหมาะเดินชมพระอาทิตย์ตกกับแฟน
… ซึ่งไม่มี >*<

บรรยากาศฝั่งทะเลซึ่งจะเป็นหาดกมลาครับ เป็นอีกหนึ่งจุดในการชมพระอาทิตย์ตกที่สวยของภูเก็ต โซนนี้อาจจะไม่ป๊อบเท่ากะตะ กะรน ป่าตอง แต่ก็มีรีสอร์ทเยอะแยะเลยครับ ส่วนมากเป็นต่างชาติ เหมาะสำหรับการพักผ่อน

เข้าล็อบบี้มา พบกับการตกแต่งในการเตรียมงานเปิดตัวได้อย่างวิจิตรอลังการ นำดอกไม้สดมาประดับเข้ากับงานตกแต่งแบบไทยเพื่อให้สอดรับกับสถานที่ วิวแรกที่เห็นจะเป็นอาคาร สีขาว สะดุดตา

 

“Sawan” is The Signature

มุมนี้ถ่ายยิงตรงจากล้อบบี้มาครับ กะระยะตรงกลางจะเจอความสมมาตรซ้ายขวา ตัวอาคารโดดเด่นมาก เพราะฉากหลังเป็นป่าสีเขียวทำให้ดีเทลภาพไม่รกครับ จุดนี้คือไฮไลท์ที่โดดเด่นของอินเตอร์คอนภูเก็ต นอกจากต้นสน หาดทรายขาว และน้ำทะเลสีฟ้าแล้ว ก็คือสถาปัตยกรรมการก่อสร้าง บนแนวคิด “สวรรค์บนดิน” (Heaven on Earth) ที่ได้รับอิทธิพลมาจากวรรณกรรมภาษาไทยเก่าแก่ “ไตรภูมิพระร่วง” (Traibhumikatha) ใครที่เคยอ่านจะเห็นว่า ผู้เขียนได้บรรยายภาพ “สวรรค์” เอาไว้อย่างถ่องแท้ สถาปนิกจึงออกแบบอาคารสีขาวที่มีลวดลายวิจิตรงดงาม ชื่อว่า “สวรรค์” (Swan) นำเอาศิลปะและวัฒนธรรมของไทยเข้าไปประยุกต์ในการนำเสนอ จนตอนนี้กลายเป็น Signature ของทางรีสอร์ทไปเสียแล้วครับ

สวรรค์ยามค่ำคืน

รีสอร์ทมีอยู่ 2 ฝั่ง คือฝั่ง Ocean ที่ติดหน้าหาด มีคลับสำหรับสมาชิก ส่วนอีกฝั่งจะเป็นตึกซึ่งจะมีอุโมงค์ทางลอดข้ามถนนมาไม่ต้องกลัวรถชน ฝั่งนี้จะเป็นที่ตั้งของอาคารสวรรค์ ซึ่งอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยอาคารห้องพักต่างๆ

ผมได้คีย์การ์ดมาแล้วครับ มีความเก๋ตรงที่ทำจากไม้ พิมพ์ลายโลโก้รีสอร์ทเข้าไป โรงแรมนี้เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และทางรีสอร์ทยังต้องการรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการรับผิดชอบต่อชุมชน และสังคม ดังนั้นถ้าเราไม่อยู่ห้อง ก็จะไม่เสียบการ์ดเปิดแอร์ทิ้งไว้ เปลืองไฟครับ

ไปเข้าห้องพักกันดีกว่า

ห้องที่กานต์พัก อยู่อาคาร 5 เรียกง่ายๆ แบบนั้น ซึ่งจะตรงกันข้ามกับอาคาร 4 ที่เป็นตึกความสูง 5 ชั้นเหมือนกัน คั่นกลางด้วยทางเดินไปยังอาคารสวรรค์ ทำให้ห้องฝั่งนี้จะมองเห็นทัศนียภาพของรีสอร์ทโดยรอบได้  กานต์พักห้อง Standard ที่มองเห็นสวรรค์รำไร ห้องตกแต่งแบบเรียบหรู ห้องค่อนข้างกว้าง กะจากสายตาน่าจะราวๆ 45 ตร.ม. เตียงใหญ่หมอนเยอะ แต่ส่วนตัวไม่ชอบหมอนที่นุ่มเกินแบบนี้ น่าจะมีให้เลือก  ชอบมุมอ่างอาบน้ำที่หันหน้าออกนอกระเบียงเพื่อชมวิวขณะผ่อนคลาย 

ผมชอบการตกแต่งของ “อินเตอร์คอนสไตล์” นะ ขอเรียกแบบนั้น แม้จะต่างโลเคชั่น แต่มันก็จะมีอัตลักษณ์บางอย่างที่บ่งบอกถึงความเป็นแบรนด์ ออกแนว ผู้ดีนิดๆ เรียบๆ หรูๆ มีลวดลาย แต่ไม่เยอะเกินไป คู่สี คู่เทียบเข้ากันดีไปหมด ส่วนตัวชอบการตกแต่งที่มีดีเทลซ่อนอยู่อย่างเรียบหรู ไม่รกจนเกินไป

เข้าใจว่าโคมไฟและลวดลายของวอลล์ อยากจะให้มีอารมณ์จีนนิดๆ จะได้ล้อไปกับความเป็นภูเก็

 

ภายในห้องพักมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบ หัวเตียงมีนาฬิกาปลุก โทรศัพท์ ปลายเตียงมีโทรทัศน์ ลำโพงเครื่องเสียง โต๊ะทำงานพักผ่อน กาต้มน้ำและมินิบาร์ กาแฟเป็นแบบแคปซูล ที่นี่มีมินิบาร์บริการฟรีครับ น้ำดื่มก็มีให้ไม่จำกัด จากเดิมในห้องจะมี 4 ขวดอยู่แล้ว สามารถขอเพิ่มได้จากแม่บ้าน แต่บรรจุใส่ขวดแก้วมานะ ซึ่งจะเป็นไปตามคอนเซปต์การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เริ่มตั้งแต่มาตรฐานการก่อสร้างอาคารสีเขียวหรือ LEED ในระดับ Gold ดังนั้น ทุกรายละเอียดของการออกแบบ และสร้างสรรค์จึงต้องคำนึงถึงแนวคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

ถัดไปเป็นห้องน้ำส่วนตัวพร้อมฝักบัว เครื่องเป่าผม Amenity ในห้องน้ำ ทุกอย่างเป็นของแบรนด์ HARNN ซึ่งเป็นแบรนด์ไทยที่โกอินเตอร์ไปแล้ว ระยะหลังมีหลายโรงแรมที่หันมาใช้แบรนด์นี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ กลิ่นที่ดูมีความเป็นไทยจากสมุนไพร เช่น ตะไคร้ 

โดยรวมคือว่า เครื่องเคราในการอำนวยความสะดวกนั้นครบครันได้มาตรฐานโรงแรมหรู 5 ดาวครับ

ส่วนอ่างอาบน้ำจะแยกออกมาต่างหากจากในห้องน้ำ แต่ยังอยู่ในโซนเดียวกัน จะเน้นให้ความผ่อนคลายด้วยการจัดวางไว้ริมประตูระเบียง เพื่อให้มองเห็นวิวของรีสอร์ท ที่รายล้อมด้วยภูเขาได้อย่างเต็มที่

เป็นการเติมเต็มทุกการพักผ่อนของเราครับ

ห้องพักของผมจะอยู่ปีกทางขวา ซึ่งก็จะเห็นวิวจากมุมสูงลงมาในอีกมิติ สวรรค์เป็นอาคารสีขาว ตัดสลับกับสีเขียวของต้นไม้ด้านหลังเป็นเขาครับ อาจจะเป็นเพราะหลักการออกแบบรึเปล่า จึงเอาสระบัวเล็กๆ และอ่างน้ำริน มาไว้ด้านหน้า แต่ให้ความรู้สึกถึงโลกใหม่ที่เย็นสบาย น่าอยู่มากๆ ครับ เนื่องจากเราไปช่วงเปิดตัว อาคารสวรรค์ จึงถูกจัดให้เป็นงานแถลงข่าวไปในที แต่หากไม่มีงาน พื้นที่นี้จะจัดสรรให้เป็นร้านอาหารและคาเฟ่ เล็กๆ สามารถมานั่งทานและจิบชาได้ มีทั้งด้านในและด้านนอกแบบเปิดโล่งแบบนี้ เย็นๆ น่าจะบรรยากาศดีครับ

ทีมผู้บริหารและนักออกแบบที่รังสรรอาคารสวรรค์และรีสอร์ทแห่งนี้  มีนายแบบและนางแบบ มาแสดงชุดฟอร์มของพนักงานด้วยครับ นายแบบคือ JOSH เป็นพนักงานของที่นี่ หน้าตาดีเลยทีเดียว ส่วนนางแบบคือ น้องแนทครับ

งานเปิดจะเริ่มช่วงบ่ายเป็นแถลงข่าว จากนั้นจะย้ายไปยังฝั่งชายหาด เพื่อเริ่มการแสดงริมทะเล และจุดพลุ ซึ่งแน่นอนว่า บรรยากาศดีมากครับ ผมชอบชายหาดแถวกมลาอย่างนึงคือมีต้นสนเยอะ และสูงใหญ่ เวลาถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีลของทะเลอื่นๆ ที่แปลกตาไปมากกว่ามีต้นมะพร้าว

Dress Code ของงานคือ Blue & White คุณชายกานต์เลยจัดเต็มเพื่อเป็นเกียรติ พร้อมกับร่วมเฉลิมฉลอง จากรูปด้านหลังจะเห็นคนเยอะมากครับ เป็นงานที่รวมเซเลป เศรษฐี คนดัง ดารา มากันเยอะมาก … ผมก็ได้รับเกียรติมาร่วมประกอบฉากกับเขาด้วยครับ แหะๆ

งานเฉลิมฉลอง จัดขึ้นก่อนที่จะย้ายไปเปิดตัวและดินเนอร์ที่อีกฝั่งของรีสอร์ทครับ การแสดงที่นี่แต่ละชุด ผมว่าครีเอทีฟและออร์แกไนซ์คิดมาดี มีความสร้างสรรและบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ของท้องถิ่น การเชื่อมโยงระหว่างรีสอร์ทกับประวัติศาสตร์ ซึ่งบอกเล่าออกมาได้อย่างน่าสนใจ

เมื่อพระอาทิตย์ตก ฟ้าเริ่มมืด จะเริ่มย้ายจากฝั่งชายหาดมาที่อาคารสวรรค์อีกครั้ง เพื่อทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ  อาคารสวรรค์นี่ต้องยอมรับเลยว่าเป็นจุดขายที่งดงามมาก ยิ่งสาดไฟสีต่างๆ เข้าไป ถ่ายรูปออกมายังไงก็สวย การแสดงในคืนเปิดตัวรีสอร์ท จัดได้ยิ่งใหญ่อลังการและงดงาม สมกับความเป็น 5 ดาวมากๆ การแสดงสุดท้ายชุดฟินาเล่ ได้ใบเฟิร์นมาเป็นเทพธิดา เชิญลูกแก้ว ยอมใจมาก นางสวยสง่าจริงๆ ถ่ายยากนิดหน่อยรูปนี้เพราะคนเยอะมากครับ

จากนั้น ก็จะเริ่มเข้าสู่งานเลี้ยงครับ จัดโต๊ะรายล้อมเต็มพื้นที่ โดยมีฉากหลังเป็นอาคารสวรรค์

อาหารที่นี่ก็อร่อยครับ มีทั้งอาหารไทย อาหารนานาชาติและอาหารท้องถิ่นภูเก็ต ในส่วนของห้องอาหารของอินเตอร์คอนภูเก็ตนั้น มีด้วยกัน 3 ห้องหลักครับ คือ ห้องอาหารปิ่นโต เป็นห้องอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของเมืองเก่าภูเก็ต อยู่ฝั่งภูเขาที่เราเข้าพักครับ

ส่วนฝั่งชายหาดจะมี ห้องอาหารจรัส เน้นเมนูอาหารไทยร่วมสมัย โดยใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์กับชุมชน

ส่วน ไพน์ บีช บาร์ (Pine Beach Bar) จะเป็น Exclusive barefoot beach bar คล้ายกับเป็นเลานจ์ริมทะเลที่บรรยากาศหรูหราบนหาดกมลา ยิ่งได้มาจิบพร้อมวิวพระอาทิตย์ยามเย็นด้วยล่ะก็ โรแมนติกมากๆ ครับ

ส่วนตัวผมชอบการตกแต่งห้องอาหารปิ่นโตครับ ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของประวัติศาสตร์ภูเก็ต วินเทจนิดๆ ที่ผสมผสานความเป็นโมเดิร์นเข้าไป จนออกมาเป็นห้องอาหารที่มีสไตล์ร่วมสมัย มีมุมให้นั่งด้านนอกด้วยครับ เอาจริงๆ ตอนเช้าๆ อากาศดีมาก เย็นสบาย นั่งรับลม รับวิตามินดีเบาๆ ตอนเช้า ทานข้าวอร่อยมากเลยครับ 

ที่นี่จะเน้นอาหารนานาชาติและอาหารภูเก็ตครับ ที่เด็ดไปกว่านั้นคือมี Cold cut และ Cheese Station ที่นี่ คล้ายกับเป็นพิพิธภัณฑ์เลยละครับ

อย่างที่บอก ห้องอาหารปิ่นโตจะเน้นให้บริการอาหารนานาชาติ แต่ก็ต้องไม่ขาดอาหารไทย ที่มีเสริมไว้ในเมนูด้วยครับ … บะหมี่ต้มยำก็อร่อย นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นของภูเก็ตให้ทานด้วย อย่างหมี่สะปำ อันนี้ยกนิ้วให้ในความจัดจ้าน เข้มข้น หนักเครื่องและที่สำคัญทานแล้วไม่เลี่ยน ไม่มันเยิ้มครับ อาหารตะวันตก พวก เสต๊ก พิซซ่าก็อร่อยครับ หรือจะสั่งทาท่าลิ้นวัว สำหรับคนชอบทาน

ส่วนตัวผมชอบหมี่สะปำของห้องอาหารปิ่นโตมากที่สุด เขียนไปก็น้ำลายสอ ….

Cold cut and Cheese Station

 

ส่วนอาหารค่ำ เชฟก็จัดมาให้ทานหลากหลายมากครับ เด็ดที่สุดต้องยกให้ ไวน์ขาวจากอิตาลีตอนใต้ Janare Sannio Greco หาทานยาก รสชาตดีมากครับ ผมว่า อาจจะด้วยภูมิศาสตร์ของการปลูกที่อยู่ที่สูง ทำให้ได้รสที่แตกต่างออกไปจากไวน์ที่อื่นๆ

เนื่องจาก รีสอร์ท แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งทะเลอันดามัน และฝั่งเนินเขา โดยทั้ง 2 ฝั่งสามารถเดินถึงกันได้ผ่านอุโมงค์ใต้ดิน ซึ่งภายในอุโมงค์มีจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องเล่าของเมืองภูเก็ต รีสอร์ทฯ เป็นฝีมือของเด็กๆ ในท้องถิ่นครับ

เราข้ามมาเพราะจะไปทานกลางวันที่ห้องอาหารจรัสครับ ที่นี่เสิร์ฟอาหารไทยและอาหารภูเก็ตสไตล์ร่วมสมัย นำมาดัดแปลงแต่งเติมใหม่ให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ของเมนูนั้นไว้ เช่น ใบเหลียงผัดไข่ ทอดมันกุ้ง ที่เสิร์ฟมาในรูปของโดนัท ขนมจีนแกงปู อร่อยมาก เมี่ยงอัญชัน ก็น่าทานครับ เด็ดสุดต้องยกให้ทับทิมกรอบไอศกรีมกะทิ สีสวยและหอมหวานมันกำลังดีครับ

ห้องอาหารจรัสจะหันหน้าออกทะเลอันดามัน สามารถนั่งทานได้ทั้งวันครับ หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศไปที่ PINE Beach Bar ซึ่งอยู่ติดกันก็ได้ จะได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มสุดพิเศษพร้อมวิวทะเลยามพระอาทิตย์ตกแบบนี้ครับ ดังนั้น ตลอดบ่ายจนถึงเย็น ผมนั่งเล่นอยู่ริมหาดของรีสอร์ทตลอดเลยครับ สั่งเครื่องดื่มมาจิบ ปูผ้าอ่านหนังสือให้ลมกระทบหน้าเบาๆ จนเผลอหลับไปก็มี

บางทีก็วิ่งลงน้ำ ทำให้ตัวเองมีความสุขกับการพักผ่อนให้มากที่สุดครับ

 

หรือใครชอบว่ายน้ำ ก็มีทั้งสระฝั่งบีชที่หันหน้าออกทะเล หรือจะมาว่ายฝั่งฮิลล์แบบผมก็ได้ครับ บรรยากาศดีเหมือนกัน

สติ (SATI) เป็นชื่อสปาของที่นี่ครับ อยู่ตรงอาคารสวรค์ เป็นสปาที่หรูหรามากครับ ร่มรื่น ผ่อนคลาย ผมชอบการตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นความว่างเปล่า เป็นการเตรียมตัวก่อนที่เราจะเข้ารับการบำบัด มีหลายคอร์สให้เลือกครับ

ผมเลือกเป็นคอร์สผสมระหว่างนวดไทยและนวดน้ำมัน หนักเบาบอกเทอราพิสได้เลยครับ นวดสัก 90 นาทีกำลังดี เป็นการให้รางวัลร่างกาย หลังจากที่ใช้งานมาอย่างตรากตรำ และเป็นการพักเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกลับกรุงเทพฯ มาทำงานต่อครับ

โดยสรุป อินเตอร์คอนติเนนทัล ภูเก็ต รีสอร์ท เป็นโรงแรมที่น่าสนใจอีกแห่งในภูเก็ตครับ แน่นอนล่ะ ด้วยความที่เป็นเชนสากลอย่างอินเตอร์คอนฯ ทำให้เราได้รับการบริการด้วยมาตรฐานสากลในระดับดีเยี่ยม คุ้มค่าสมราคา

มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่ค่อยชอบใจ หากเข้าพักโรงแรมที่มักจะแบ่งเป็น 2 ฝั่งแบบนี้ โดยมีถนนกั้นกลาง โดยเฉพาะการพักฝั่งที่ไม่ติดหาด ทำให้การเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมขาดหายไป และไม่ชอบมากๆ กับการเดินข้ามถนน กลัวรถชน!! แต่อินเตอร์คอน ภูเก็ต แก้ปัญหาด้วยการสร้างอุโมงค์ทางลอดใต้ดินเสียเลย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และที่สำคัญ ผมไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างการพักฝั่งบีชและฝั่งฮิลล์เท่าไร สามารถเดินต่อเนื่องราวกับเป็นพื้นที่เดียวกันได้อย่างสบายใจ หรือจะให้รถกอล์ฟบริการไปส่งก็ได้ครับ

ตรงนี้ยอมรับในการมองขาดเรื่องนี้

โรงแรมเค้าสวยจริงๆ … ช่วงนี้เปิดตัวใหม่ๆ ราคาอาจจะยังไม่แรงมาก หากมีโอกาสไปภูเก็ต แนะนำให้ลองมาพักที่นี่สักคืนสองคืนครับ

 

INTERCONTINENTAL PHUKET RESORT

https://bit.ly/2tKCCja

Reservations Email:
icphuket.rsvn@ihg.com

Reservations Phone Number:
+66 (0) 76 629 999 (Thailand)
+1 (800) 656 888 (Toll free US)

Hotel Address:
333 Moo 3, Kamala Sub-district,
Kamala Beach, Phuket 83150