ปักกิ่งเตรียมเปิดให้เข้าชมภายในพระราชวังต้องห้ามเป็นครั้งแรก

กองทุนเพื่ออนุสรณ์สถานโลก (World Monuments Fund: WMF) มอบหมายให้สตูดิโอสถาปนิกจากนิวยอร์ก Annabelle Selldorf ออกแบบ Qianlong Garden Interpretation Center หรือศูนย์การเรียนรู้ภายในสวนเฉียนหลง (Qianlong Garden) สวนที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือภายในพระราชวังต้องห้าม (Forbidden City) ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยเปิดให้ใครเข้าชมมาก่อน แน่นอน ภายหลังบูรณะ นี่จะเป็นครั้งแรกที่เราจะสามารถเข้าไปชมความงามภายในพระราชวังต้องห้าม พื้นที่มรดกโลกแห่งสำคัญในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ทั้งนี้ศูนย์แห่งใหม่ภายในพื้นที่มรดกดังกล่าวจะตั้งอยู่ภายในลานคอร์ทยาร์ดแห่งที่สอง (จากคอร์ทยาร์ดที่มีทั้งหมด 4 แห่ง รวมถึงสวนหินและศาลาอีก 27 แห่ง) โดยสวนแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1771 -1776 ในสมัยราชวงศ์ชิง (Qing Dynasty) ที่น่าสนใจคือการบูรณะพื้นที่และสร้างศูนย์เรียนรู้จะเกิดขึ้นภายในอาคารที่ปิดไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าตั้งแต่ปี 1924

โดยการรีโนเวทนี้ Selldorf ตั้งใจจะเปลี่ยนผนังฝั่งตะวันตกให้กลายเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการที่สะท้อนให้เห็นการออกแบบในศตวรรษที่ 18 รวมไปถึงนิทรรศการว่าด้วยการก่อสร้างสวนเฉียนหลง ส่วนผนังด้านตะวันออกบอกเล่าถึงกระบวนการอนุรักษ์อาคารโบราณสถานแห่งนี้ ส่วนพื้นที่โถงตรงกลางจะกลายเป็นพื้นที่เปิด เผยให้เห็นถึงทิวทัศน์ของลานคอร์ทยาร์ดภายในสวนเฉียนหลงอย่างเต็มตา

“นี่คือการออกแบบที่จะสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้ผู้เข้าชม ได้เห็นพระราชวังต้องห้ามแตกต่างจากเดิม โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอดีตกับปัจจุบัน” ตัวแทนจากสตูดิโอออกแบบกล่าว

การก่อสร้างและบูรณะมีกำหนดเริ่มต้นคือปลายปี 2019 นี้ และมีกำหนดเสร็จสิ้นภายในปี 2020 นั่นหมาความว่าอีก 2 ปี นักท่องเที่ยวที่มาเยือนปักกิ่งก็จะสามารถเข้าไปชมพื้นที่ภายในส่วนหนึ่งของพระราชวังต้องห้ามได้แล้ว

ทั้งนี้ ‘พระราชวังต้องห้าม’ ถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมโครงสร้างไม้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เดิมที่ถูกสร้างเป็นพระราชวังหลวงราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 -1644) ครอบคลุมพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร (450 ไร่) มีอาคารทั้งสิ้น 980 หลัง มีห้องทั้งหมด 9,999 ห้อง และมีพระที่นั่ง 75 องค์ รวมไปถึงห้องสมุด สวน ลานกว้าง ทางเดินเชื่อม และมีคูน้ำและกำแพงที่สูงถึง 11 เมตรล้อมรอบ

ไม่เพียงแค่ขนาด หากเทคนิคการก่อสร้างของกลุ่มอาคารโบราณขนาดมหึมาแห่งนี้ยังสะท้อนถึงภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนในการป้องกันแผ่นดินไหว โดยการออกแบบ เสาและคานรับน้ำหนักให้สามารถเคลื่อนตัวไปมาได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว (ซึ่งมีหลักฐานว่าถ่ายทอดกันมาเกือบ 2,000 ปี)

แม้ปัจจุบันประเทศจีนจะไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์อีกต่อไปแล้ว หากพระราชวังต้องห้ามยังคงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยไม่นานมานี้ทางการจีนได้ออกนโยบายในการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่ออนุรักษ์และรักษาสภาพของอาคารและสวนหย่อมไว้

โดยยูเนสโกได้ประกาศให้พระราชวังต้องห้าม ร่วมกับพระราชวังเสิ่นหยาง เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1987

ที่มา