CHIANGMAI x TRAVELOKA

 
เชียงใหม่ในช่วงฤดูหนาว ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวครับ เชื่อเหลือเกินว่า หนาวนี้คนไทยกว่า 40 ล้านอยู่ที่เชียงใหม่แน่นอน ถามว่าเบื่อมั้ย ก็เบื่อนะ ผมเองก็ไปบ่อยมากกกกก แต่จะว่าไปเชียงใหม่ก็มักมีอะไรใหม่ๆ ให้เราได้ว๊าวเสมอ เหมือนกับทริปนี้ที่เราจะไป เที่ยวเชียงใหม่ให้ได้ฟีลเมืองนอก ยังไงล่ะครับ
“The magic thing about Chiang Mai is that it feels good to leave, and it feels even better to come back.”
 เชียงใหม่เป็นเมืองที่กานต์ไปบ่อยที่สุดแล้วครับ ยิ่งช่วงอากาศหนาวๆ เราล้วนเกิดอยากจะไปขึ้นดอย ไปดูดอกไม้ สัมผัสไอหมอก ลมเย็นๆ นั่งผิงไฟ ได้ฟีลพักผ่อนจริงๆ ไหนๆ ก็ติดโควิดไปไหนไกลก็ไม่ได้ ทริปนี้ชวนไปแอ่วเหนือ อารมณ์แบบว่า ไม่เอาตะต่อนยอน ตอนนี้ อยากได้อะไรที่มันเก๋ๆ เดิ้นๆ เปิ๊ดสะก๊าดกันบ้าง ก็คนมันอยากเที่ยวเมืองนอก แต่ไปไม่ได้อ่ะ!!
 
 
เชียงใหม่ทริปนี้ กานต์ตั้งใจจะหามุมเที่ยวใหม่ๆ ในฟีลที่ไม่เหมือนเดิม อยากขับรถขึ้นเขาไปเก็บชาที่ดอยอินทนนท์ อยากไปนั่งใต้ต้นสน ฟีลยุโรป อยากทานอาหารเหนือแบบฟิวชั่นสไตล์เก๋ๆ พักผ่อนสบายๆ ในช่วงเวลาที่อากาศเย็นเป็นใจแบบนี้
 
 
 
 
อ่อ!! ทริปนี้ผมจองตั๋วเครื่องบินผ่าน app Traveloka เจ้าประจำ อยากแนะนำให้เข้าไปดูกัน เพราะช่วงนี้กำลังมีโปรใหม่ 12.12 เทศกาลบินเที่ยวไทย ด้วยตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษเริ่มต้น 294 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวเชียงใหม่ได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/flight ครับ
 
อยากเที่ยวเชียงใหม่ ทำได้ง่ายมาก แค่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิด app Traveloka ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นพิเศษ 12.12 เทศกาลบินเที่ยวไทย ให้เราได้จองตั๋วเครื่องบินในประเทศทั้งจากสายการบิน Thai Lion Air, THAI Smile Airways, ThaiVietJetAir, Bangkok Airways ระยะเวลาการจอง 23 พ.ย. – 27 พ.ย. 63 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.traveloka.com/th-th/flight
 
 
กานต์เลือกบินกับ Bangkok Airways ครับ ใช้เวลาราวชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงเชียงใหม่ หัวเมืองใหญ่ในภาคเหนือ ตอนนี้เชียงใหม่ โตไวมาก ขอบเขตของเมืองขยายออกไปยังหลายอำเภอ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ให้เราได้ไปทักทายกัน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวแบบนี้ เชียงใหม่จะติดอันดับ 1 ในจังหวัดที่ผู้คนเลือกเดินทางมาเที่ยวทุกปีครับ
 
 
จองรถจาก Traveloka เช่นกัน เนื่องจาก ทริปนี้ เราต้องเดินทางกันไปในหลายอำเภอ การขับรถเที่ยวเชียงใหม่จึงเป็นทางออกที่สะดวกสบายที่สุดครับ
 
 
จากอำเภอเมือง เรามุ่งหน้าสู่ดอยอินทนนท์ เพื่อจะไปเก็บใบชา กันครับ ขออนุญาต คอสตูมแน่นนิดนึง 
 
โปรดเรียกผมว่า คุณลุงคันโตะซัง วันนี้ผมจะพาทุกคนไปเก็บใบชากัน
 
 
ที่ไร่ชาดอยอินทนนท์ มีลักษณะเป็นไร่ลดหลั่นกันคล้ายขั้นบันได แต่ไม่สูงมากนัก ด้านล่างจะเป็นส่วนต้อนรับ บริเวณกระท่อมหิน เหมือนที่เราเคยเห็นตามชนบทในหนังฝรั่ง ตรงนี้จะเป็นจุดเช็คอินสำหรับคนที่จองมาผ่านเวป https://doiinthanontea.as.me เท่านั้น ซึ่งจะเปิดเป็นรอบๆ สามารถเลือกช่วงเวลาและชำระเงินได้เลยครับ
 
 
เพิ่งสังเกตว่ารูปนี้ กานต์ยิ้มได้อย่างมีความสุขมากๆ นานๆ จะได้เห็นรอยยิ้มของตัวเองสักที เพราะปกติเป็นคนยิ้มยาก แต่ถ้าน่ารักมาก ผมก็จะยิ้มให้ พอได้ขึ้นมาเห็นไร่ชา ที่มาพร้อมกับสวนเลม่อนสีสันสดใส ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างสบายใจ ก็ทำให้รอยยิ้มมันเกิดขึ้นเองโดยที่ผมก็ไม่รู้ตัวครับ
 
 
ที่นี่นอกจากมีจะไร่ชาเป็นพระเอกแล้ว ยังมีนางเอกเปรี้ยวจี๊ดสดใส อย่างเลม่อน รอให้เรามาทักทายและแปลงกายเป็นชาวสวน เก็บผลเลม่อนกันสดๆ จากต้นอีกด้วยครับ เมื่อเก็บเสร็จก็เอาไปให้น้องแพรเจ้าของสวนชั่ง ก่อนจะใส่ถุงนำกลับบ้านได้เลย
 
 
ขอเวลามาช่วยก่อฟืนต้มน้ำให้เดือดเพื่อที่จะจิบชาอู่หลงร้อนๆ กันบนดอยหนาวๆ ก่อนครับ
 
 
เราสามารถนั่งจิบชาข้างกระท่อมหิน ในบรรยากาศกลางหุบเขาให้หายหนาวได้เลยครับ ที่นี่มีบริการเซ็ตชาให้เราเติมน้ำร้อนได้ตลอดเวลา กาละ 100 บาท ที่นี่ยังมีน้ำเลม่อน และเลม่อนอบแห้งขายด้วยนะครับ น้ำเลม่อนเย็นเปรี้ยวจี๊ดหวานฉ่ำชื่นใจดี เห็นน้องแพรกำลังง่วนอยู่กับสินค้าใหม่ เป็นเลม่อนอบแห้งเคลือบช็อคโกแลต น่าทานมาก สามารถซื้อเป็นของฝากได้เลยครับ กานต์ก็ไม่พลาดนะ
 
 
 
จากนั้น บ่ายๆ เราขับรถลงเขาเข้าเมือง เพื่อจะมายังรีสอร์ตริมน้ำปิงของเราในทริปนี้ คือที่ X2 Chiang Mai Riverside Resort ดีไซน์ด้วยอิฐแดงขอบสีดำ ดูโมเดิร์นมากครับ ได้ฟีลเหมือนเที่ยวอยู่เมือง Siena ของ Italy
 
 
สระว่ายน้ำสวยมาก มุมนี้คือ Signature ของทางรีสอร์ตเลยครับ ใครมาก็ต้องถ่าย ผมก็ถ่ายรูปไว้เยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะช่วงทไวไลท์ สีจะสวยมาก
 
 
พักผ่อนในวิลล่าสุดหรู Pool Suite ห้องหมายเลข 1 ครับ จะได้มุมที่เป็นส่วนตัวที่สุด
 
 
 
มุมนี้คือมุมมหาชน ที่คนมาแวะถ่ายรูปคู่กับยนตรกรรมหรู คันนี้เยอะมาก ด้วยการจัดวาง และการออกแบบ ทำให้เราอาจจะคิดไม่ถึงว่า เชียงใหม่ทำไมสวยโมเดิร์นได้ขนาดนี้
 
 
เดินผ่านจากจุดเซ็นเตอร์มา จะเป็นบริเวณริมน้ำปิงครับ บ่ายนี้ เรามี Afternoon Tea แบบผู้ดีอังกฤษ จิบชาทานขนมอร่อยๆ กันบรรยากาศริมน้ำสบายๆ ครับ
 
 
Afternoon Tea เป็นประเพณีของชาวอังกฤษ นิยมจิบชากันในช่วงบ่าย หลังจากที่ผ่านมื้ออาหารกลางวันมา ก่อนจะเข้าสู่มื้อเย็นต่อไปในช่วงค่ำ แอนนา ดัสเชส ลำดับที่ 7 แห่งเบดฟอร์ด (Duchess of Bedford) ผู้ริเริ่มการจิบชายามบ่าย ได้มีคำสั่งให้ตั้งโต๊ะชา พร้อมกับเสิร์ฟขนม โดยมีสโคน แซนวิช และเค้กเพื่อคลายความหิว โดยมีเหล่าสหายและขุนนาง มาร่วมดื่มชาและทานขนมไปด้วยกัน จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพวกคนชนชั้นสูงและขุนนางเป็นส่วนใหญ่ เพราะใบชาสมัยนั้นมีราคาสูงและหายากมาก ก่อนที่คนทั่วไปจะเริ่มนิยมการจิบชายามบ่าย จนกลายเป็นจุดขายของโรงแรมทั่วโลก
 
 
ร้านอาหาร Oxygen เป็นเหมือน Glass House ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ ให้ฟีลเหมือนทานอาหารอยู่ในป่าที่เต็มไปด้วยต้นสนและใบเฟิร์น มองออกจะเห็นแม่น้ำอยู่ลิบๆ ได้บรรยากาศดีมากครับ
 
 
 
ผมเลือกทานดินเนอร์ที่ Oxygen Dining Room เช่นกันครับ เพราะว่า ที่นี่มีอาหารไทยแนวผสมผสานที่น่าสนใจ ในบรรยากาศของบ้านกระจกโปร่งใสกลางป่า ให้ความรู้สึกว่า เรากำลังทานอยู่ในป่าแถบยุโรป นอกเมือง เก๋ๆ
 
 
อาหารดูแลโดยเชฟเข้มครับ ดีไซน์และตีความอาหารไทยเซ็ตนี้ใหม่แบบ Fine Dining ที่ใช้กรรมวิธีที่สลับซับซ้อน แต่เมื่อทานเข้าไปแล้วยังคงรสชาติของต้นตำรับเอาไว้ได้ เช่น ข้าวขาหมู ส้มตำ หรือข้าวซอย รับรองว่าเด็ด ใครมาเชียงใหม่ อยากให้ลองแวะมาทานที่นี่กัน
 

ตื่นเช้าหน่อยไปเที่ยวสวนสนกัน บรรยากาศเช้าๆ ของสวนสนริมทะเลสาบ เอาเข้าจริง เชียงใหม่มีสถานที่ท่องเที่ยวเก๋ๆ มากมาย ทั้งที่สร้างขึ้นใหม่และมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ เช่นสวนสน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนไปเที่ยวยุโรป แต่อยู่ใกล้ๆ แค่เชียงใหม่นี้เอง ป่าสนโปร่ง ถ้าไม่บอกเราอาจจะนึกไม่ออกว่านี่หรือคือเชียงใหม่

 
 
ส่วนเส้นอำเภอหางดง ก็มีทิวสนเหมือนกันครับ คนละสายพันธุ์ เป็นสถานที่ถ่ายรูปที่ผู้คนนิยมมากันเยอะมากในตอนนี้ ขยี้ตาดูกี่ที ก็ไม่เหมือนอยู่เชียงใหม่
 
 
แนะนำให้บรรจุ Hillsborough The English Country House Hotel & Leisure Chiangmai เอาไว้ในลิสต์ได้เลยหากมาเที่ยวเชียงใหม่ แล้วอยากได้ฟีลเมืองนอก
 
 
จริงๆ แล้ว Hillsborough The English Country House Hotel & Leisure Chiangmai เป็นที่พักสไตล์อังกฤษโบราณแสนสวย ซึ่งมองครั้งแรกจะเป็นคฤหาสถ์หรูกลางหุบเขา เราสามารถขับรถมาทางเส้นหางดง สะเมิง ได้เลยสบายๆ
 
 
ที่นี่มีทั้งที่พัก คาเฟ่ สวนสวย มุมน้ำพุ มีสัตว์ต่างๆ ที่ปล่อยเลี้ยงไว้ตามธรรมชาติ ใต้ต้นไม้น้อยใหญ่ และมีทิวสนที่เราได้มาเก็บบรรยากาศแบบยุโรปวินเทจ
 
 
จากยุโรป ไปรัฐแอริโซน่า สหรัฐอเมริกากันบ้าง กับสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง แกรนด์แคนยอน เชียงใหม่ เท่มาก
 
 
จริงๆ แล้วเกิดจากการขุดบ่อดินไปขายลงไปจนพบแอ่งน้ำสีฟ้าสวยงามมาก เป็นมุมที่เหมาะกับการถ่ายรูป พร้อมกับมีกิจกรรมทางน้ำให้ได้เล่นกัน แต่อยากให้ระมัดระวังการเดินหรือเล่นเครื่องเล่นสักนิด เพราะดูแล้วค่อนข้างอันตราย เพราะดูเหมือนระบบการรักษาความปลอดภัยยังไม่ค่อยดีนัก แต่หากอยากมาถ่ายรูปแบบธรรมดาก็ถือว่าโอเคเลย สวยเก๋
 
 
จากหางดง สะเมิง จะวนออกไปทางแม่ริมครับ จะไปชมบ้านของโบชิ สุนัขสายพันธ์ุญี่ปุ่นที่จะทำหน้าที่รอต้อนรับ แขกที่มาพักและมาทานอาหาร ขนมที่ Mori Natural Farm โมริ เนเชอรัลฟาร์ม เชียงใหม่
 
ที่นี่จะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางฟาร์มในญี่ปุ่นครับ มีบ้านพักเป็นหลังๆ สำหรับใครที่อยากมาค้าง
 
 
 
 
ที่พัก บรรยากาศดีมาก เพราะปลูกอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและขุนเขาเป็นฉากหลัง ท่ามกลางสวนผักออร์แกนิค และอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี
 

 

ส่วนที่อำเภอแม่แจ่ม ก็มีนาขั้นบันไดเก๋ๆ ที่ “ป่าบงเปียง” ให้เราได้ไปเก็บภาพกัน มีโฮมสเตย์ให้ด้วย สำหรับใครที่อยากพักค้างคืน เพราะอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง ดังนั้น ต้องวางแผนการเดินทางให้ดีครับ

 

ถ้ามาช่วงนี้ นาอาจจะเริ่มเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นอมเหลืองเพราะรวงข้าวใกล้สุกเต็มที ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ข้อดีก็คือขับรถง่ายกว่าหน้าฝนครับ

 
 
ส่วนที่แม่ริม ก็เป็นจุดหมายหลักของใครหลายคน เพราะตอนนี้ อยากเรียกว่าเป็นอำเภอมาร์กาเร็ตไปเสียแล้ว เพราะมีสวนดอกไม้ เยอะมาก ทั้งสวนเล็กสวนใหญ่ ทริปนี้ ผมเลือกไปสวนขนาดกลางๆ แต่พรอพจัดเต็มอย่าง บ้านสวนเลขที่ 50 – Flower Garden No.50 อยู่ต้นๆ ถนนทางเข้าเลยครับ
 
 
 
 
ที่สวนนี้มีทั้งดอกมาร์กาเร็ต ดอกดาวเรือง มีซุ้มไม้ไผ่ มีมุมให้นั่ง มีบันไดสวรรค์ มีกระโจมสไตล์โบฮีเมียน จริงๆ เป็นอีกสวนที่พรอพเยอะมากกกกกก อยากให้แวะมาถ่ายกัน พิกัด https://goo.gl/maps/upNb83w3EL5828Dr8
 
 
ก่อนออกจากแม่ริม แนะนำให้เผื่อเวลาแวะไปชม สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งจัดเป็นสถานที่อนุรักษ์และรวบรวมพรรณไม้เป็นหมวดหมู่ตามวงศ์สกุลต่างๆ แยกออกไปเป็นเรือนต่างๆ โดยมีการจัดปลูกให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากที่สุด
 
 
ส่วนตัวชอบเรือนกระจกที่ทอดยาวแบบนี้ มีพรรณไม้นานาให้เราได้ชมและศึกษา ได้ความรู้สึกเหมือนเวลาไปชมสวนที่ญี่ปุ่น หรือที่สิงคโปร์มาก
 
 
 
 
ข้อดีคือการจัดการที่เป็นระบบ ตลอดจนลักษณะการจัดสวนของที่นี่จะแบ่งพันธุ์ไม้ตามวงศ์และความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ มีพันธุ์ไม้นานา ทั้งจากในและต่างประเทศ น่าจะเหมาะสำหรับคนที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ รวมทั้งสมุนไพรด้วย
 
 
 
ทางเดินลอยฟ้าบนยอดไม้ ด้านล่างคือป่าจริง
 
 
เชียงใหม่ทริปนี้สนุกมาก ได้อยู่กับธรรมชาติ บรรยากาศแปลกใหม่ในสไตล์เมืองนอก ช่วยเปลี่ยนฟีลของการเที่ยวเชียงใหม่ไปได้มาก จะว่าไป ถ้าเราเที่ยวแบบมีคอนเซปต์แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ทำให้เราค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ได้ตลอดเวลานำเสนอมาในรูปแบบทริปที่ไม่ซ้ำ
 
 
ว่าแล้วก็คิดถึงบรรยากาศของการท่องเที่ยว อยากออกไปเที่ยวไทยอีกแล้ว ขออนุญาตหยิบมือถือมา เปิด app Traveloka แล้วหาตั๋วโปรแป๊บ!!