Chiang Rai : New Year Destination

ถ้าผมจะเปรียบเชียงรายเป็นหญิงสาว เธอคงกำลังจะก้าวจากผ่านจากรั้วมหาวิทยาลัย  กลายเป็นสาววัยทำงาน ที่พร้อมแล้วเต็มที่ในเปิดรับทุกอย่างสำหรับชีวิต

เธอกำลังจะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ
เธอมีความมั่นคงและมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อันเนื่องจากการบ่มเพาะ การวางรากฐานที่ดี

เธอมีความสวยงามตามธรรมชาติสรรค์สร้าง อย่างที่แทบจะไม่ต้องประโคมเครื่องประทินความงามใดๆ ลงไปให้มัน “เยอะ” สิ่ง

เธอมีจริตจก้านที่แสดงมันออกมาอย่างพอเหมาะพอเจาะ ต๊ะต่อนย้อนได้แต่ต้องไม่อ้อนแอ้นจนเกินจริต และในบางขณะ เธอก็สตรองมากกว่าที่ใครหลายคนคิด

หนุ่มๆ หลายคนก็คิดอยากจะอยู่เคียงคู่กับเธอ
สาวงาม …​เชียงราย

 

หลายคนให้ค่าเชียงรายว่าเป็นเมืองรอง แต่ถ้าได้เข้ามาสัมผัสแล้วจะร้อง “ธัมโม สังโฆ”

เชียงรายในวันนี้เป็นเมืองใหญ่มากครับ มีความเจริญเกิดขึ้นในหลายด้าน เศรษฐกิจ การลงทุนของเชียงรายทำให้เม็ดเงินสะพัดไปทั้งจังหวัด ด้านการท่องเที่ยวก็ชูจุดขายเรื่องความงดงามของวิถีชีวิต ผู้คนและธรรมชาติ

ภูชี้ฟ้า ภูชี้เดือน ภูชี้ดาว ยังคงเป็นสามสาวนางเอก ไร่ชา วัดวา กาแฟ และน้ำตก เป็นเจ๊ดันให้เชียงรายโด่งดังขึ้นไปอีก เชียงรายมีกลิ่นอายของความเป็นเมืองศิลปะที่ศิลปินหลายท่านกำลังช่วยกันปั้นแต่ง มีหลายสตอรี่ที่ทำให้เชียงรายกลายเป็นเมืองที่คุ้นหู ติดตา ตรึงใจ และชวนให้อยากมาเที่ยวเชียงราย

นั่งบางกอกแอร์เวย์ Bangkok Airways มาเที่ยวเชียงราย ให้เวลา 4 วัน 3 คืน ก็ดูเหมือนจะยังไม่พอสำหรับการเที่ยวเชียงรายด้วยซ้ำไป ทั้งสถานที่ไฮไลท์ และที่เที่ยวตามสไตล์ของผม

สามสี่วัดดัง อย่าง วัดร่องขุ่น – วัดพระแก้ว – วัดร่องเสือเต้น – วัดห้วยปลากั้ง ยังคงต้องไป ไฮไลท์อย่าง Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงราย – ไร่ชา – ดอยตุง ก็ต้องไม่พลาด

ถ้าสายลุยอาจจะไปเทรคกิ้งบนภู ดูทะเลหมอกยามเช้า ถ้าสายกินอาจจะมีตัวเลือกมากหน่อย แต่เสียใจที่เดินหาร้านป้าอ้วนบัวลอยมือถือไม่เจอ!!

ถ้าชอบพักผ่อนแบบผม ที่เชียงรายก็มีโรงแรมสวยๆ เยอะมากครับ ชอบเข้าพักเมือง ให้นอนที่ The Riverie by Katathani ห่างมาหน่อยก็ไปนอนเชียงราย เรียวกังสไตล์ญี่ปุ่น Ryokan Cafe’  หรือจะขึ้นเขาเข้าไปไปพักที่รีสอร์ตสุดคลาสสิคอย่าง ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา,เชียงราย ก็ดีงาม

NEW YEAR DESTINATION 2019 เรายกให้เชียงรายเลยครับ มาฉลองปีใหม่กันที่นี่กับบรรยากาศดีๆ พร้อมเพื่อนและครอบครัว

เริ่มต้นการเดินทางเช้านี้ที่ Suwannabhumi Airport Bangkok,Thailand กับสายการบินบางกอกแอร์เวยสBangkok Airways มีเที่ยวบินตรงลงเชียงรายหลายเวลา สะดวกดีเหมือนกันครับ

ข้อดีที่ดูจะเป็นจุดขายหนึ่งของสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ คือ Bangkok Airways Boutique Lounge, Suvarnabhumi Airport นี่แหละครับ มีทั้งเล้าจน์สำหรับผู้โดยสารทั่วไปและ Blue Ribbon Club – Bangkok Airways lounge สำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจครับ ซึ่งจะมีความพิเศษมากกว่า นอกเหนือไปจากข้าวต้มมัด นั่นก็คือมีอาหารร้อน มีเก้าอี้นวดและห้องอาบน้ำด้วยครับ

แม้จะบินชั้น economy แต่ถ้ามี Priority Pass ตอนนี้ผู้โดยสารสามารถเข้ามาใช้บริการของ Bangkok Airways Blue Ribbon Premium Lounge ได้ด้วยครับ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่บินภายในประเทศมากๆ ครับ สามารถพักผ่อนได้แม้จะบินหรือไม่ได้บินกับบางกอกแอร์เวยส์ก็ตาม

มาถึงเชียงรายกันแล้วครับ หลังจากรับกระเป๋าเสร็จ ผมแวะเที่ยวที่นี่ก่อนเลย เพราะอยู่ใกล้สนามบิน นั่นก็คือ ขัวศิลปะ แหล่งรวมศิลปินและงานศิลปะของชาวเชียงรายเอาไว้ที่นี่ครับ เหมาะสำหรับการเร่ิมต้นเดินทางเที่ยวเชียงราย
ช่วงนี้ขัวศิลปิน มีการจัดการนิทรรศการศิลปะด้วยครับ

นิทรรศการประจำปีขัวศิลปะ ครั้งที่ 7 ในชื่อนิทรรศการ ขัว#7 ซึ่งเป็นนิทรรศการที่เฉลิมฉลองการครบรอบตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมาของขัวศิลปะ สำหรับในนิทรรศการนี้ เปรียบเสมือนพลังของเหล่าสมาชิกศิลปินที่ไม่ว่าจะเก่าหรือจะใหม่ จะรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ ก็รวมตัวกันสร้างสรรค์ผลงานกันออกมาอย่างเต็มที่
เปิดให้เยี่ยมชมตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562
ทุกวัน (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 19.00 น.

ไม่ไกลจากขัวศิลปะ ก็จะพบกับ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ อ.ถวัลย์ ดัชนี เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านขนาดใหญ่บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ สร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) ที่มีฝีมือทางด้าน จิตรกรรม ปฏิมากรรมและสถาปัตยกรรม อาจารย์ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย ทั้งทางด้านภาพเขียนและด้านปฏิมากรรมหลายชิ้น ลักษณะของบ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้านศิลปะแบบล้านนาทุกหลังทาด้วยสีดำซึ่งเป็นที่มาของคำว่า“บ้านดำ”และยังเป็นสีที่อาจารย์ถวัลย์โปรดปราน

ภายในเขตพิพิธภัณฑ์ยังเป็นที่ตั้งของ “บ้านดำแกลลอรี่” สถานที่สำหรับจัดแสดงผลงานศิลปะและจัดจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี โดยรายได้จากการขายหลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปใช้เป็นกองทุนทำนุบำรุงพิพิธภัณฑ์บ้านดำและเพื่อนักเรียน นักศึกษาศิลปะ ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ครับ

แวะทานกลางวันที่ ร้านข้าวซอยวิจิตตรา เหมือนจะมีหลายสาขาเหมือนกัน ผมทานแถวเส้นถนนซุปเปอร์ไม่ไกลจากบ้านดำเท่าไร รสชาติอร่อยมากครับ เข้มข้น เนื้อเปื่อยดี ส่วนผักดองจะไม่เหมือนที่ร้านอื่น มีการปรุงรสมาแล้ว เพิ่มความจัดจ้านไปอีก

จากนั้นช่วงบ่าย มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่จัน เพื่อจะเข้าที่พักกันในเย็นนี้ ซึ่งจะเป็นเส้นเดียวกับที่ต้องแวะ ไร่ชาฉุยฟง ตอนนี้มีแบ่งออกเป็นอาคาร 1 และอาคาร 2 ครับ ถ้าใครอยากได้วิวโล่งๆ บนดาดฟ้าเห็นวิวไร่ชาสุดลูกหูลูกตา ก็ต้องไปที่อาคาร 1 แบบที่เห็นในรูปครับ

ใช้เวลาอยู่ที่ไร่ชาฉุยฟงไม่นาน เพราะคนเยอะมากกกกก กอรปกับกลัวว่าจะค่ำ จะต้องรีบไปเช็คอินที่ ภูใจใส รีสอร์ท แอนด์ สปา,เชียงราย อาจจะเก่าหน่อย แต่ยังคงความคลาสสิคครับ

จองห้องแบบ พูลวิลล่าเอาไว้ ห้องใหญ่มาก มีสระส่วนตัว เอาไว้ชมพระอาทิตย์ขึ้นครับ เล่นน้ำได้แต่ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไร เพราะบนเขาอากาศหนาวมากครับ

ชอบความเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว เหมาะแก่การพักผ่อนอยู่กับตัวเอง ทริปนี้มาคนเดียว ก็จะดูโล่งๆ หน่อย เพราะวิลล่าหลังใหญ่มาก ตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศสผสมล้านนา ท่ามกลางธรรมชาติป่าเขาครับ

ตื่นเช้ามาก็วิวนี้เลย

ไม่ไกลจากภูใจใส สามารถไปดอยตุงได้ครับ ช่วงนี้คนจะเยอะหน่อย เพราะมีงานสีสันดอยตุงที่จัดประจำทุกปี สีสันของเชียงรายก็คือชนเผ่าต่างๆ นี่แหละครับ

วัดห้วยปลากั้ง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดที่มีความโดดเด่นคือมีเจดีย์เก้าชั้น ที่ชาวบ้านนับถือและเชื่อกันว่าหากใครได้มาเยือนจะหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์ เป็นวัดที่นับถือและบูชาเจ้าแม่กวนอิม ท่ามกลางบรรยากาศของวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากๆ เมื่อมองลงมา

ส่วนอีกวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไม่แพ้กัน นั่นคือ “วัดร่องเสือเต้น” หรือที่เรารู้จักกันในนาม “วัดสีน้ำเงิน”

เป็นวัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีสีสันที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร งดงามวิจิตร มีชื่อเสียงเลื่องลือ และเป็นที่เที่ยวมาแรงในตอนนี้ของเชียงราย ภายใต้ฝีมือการรังสรรค์ของ สล่านก (นายพุทธา กาบแก้ว) ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย

จากนั้น ไปทานกาแฟร้านที่มาแรงที่สุดของเชียงรายในเวลานี้ นั่นคือ The Wanderer – เดอะ วอนเดอเรอร์ The Wanderer cafe’ in the woods ร้านกาแฟที่ค่อนข้างลึกลับท่ามกลางบรรยากาศของต้นไม้น้อยใหญ่ใกล้แม่น้ำกก  มีหลายโซนให้เลือกนั่ง มีทั้งส่วน indoor และ outdoor นะครับ ในส่วน indoor เป็นจุดบริการ สั่งกาแฟ เค้ก และขนมต่างๆ ตกแต่งร้านแนว industrial loft เท่ห์ครับ

เย็นนี้มีนัดจิบคอคเทลกับวิวที่สวยที่สุดในจังหวัดเชียงราย กับโรงแรม 5 ดาวน้องใหม่ The Riverie by Katathani (ก่อนหน้านี้คือดุสิตเชียงราย) แต่เอาเข้าจริง กลายเป็นหนังคนละม้วนครับ มาพร้อมกับดีไซน์การตกแต่งใหม่ สไตล์โมเดิร์นล้านนา นับว่าเป็นโรงแรมที่สวยที่สุดในเชียงรายแห่งหนึ่งเลยครับ

หลังจากกลุ่ม “กะตะธานี คอลเล็คชั่น” ได้ทุ่มเงินกว่า 1,400 ล้านบาทเข้าเทกโอเวอร์โรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ตเชียงรายที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำกก เมื่อปลายปี 60 และเพิ่งได้ฤกษ์เปิดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ต้องบอกว่า งดงามไร้ที่ติ เป็นหน้าเป็นตาให้กับชาวเชียงรายจริงๆ ครับ

ด้วยการดึงอัตลักษณ์แบบล้านนา ที่สื่อสารผ่านการออกแบบตกแต่งภายใน อย่างเช่นการใช้หม้อดอก ปูรณฆฎะ ในห้องพัก เพื่ออำนวยอวยพรผู้เข้าพักให้เปี่ยมไปด้วยความสุขและความเจริญรุ่งเรือง การประดับตกแต่งด้วยบุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ หอระฆังล้านนา และเส้นสายรายละเอียดที่สื่อถึงความงดงามของศิลปะล้านน

ที่นี่มีห้องอาหารหลายห้องด้วยกัน ทั้งห้องอาหาร “บลอสซั่ม” เป็นบุฟเฟต์อาหารเช้านานาชาติ อาหารพื้นเมืองในมื้อกลางวัน และอาหารค่ำสุดพิเศษ สามารถเลือกที่นั่งบริเวณด้านนอก สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ใกล้ชิดธรรมชาติ หรือจะเป็นที่นั่งด้านใน ก็สามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำกกได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารจีนเลิศรสที่ห้องอาหารไชน่าการ์เด้นที่มีติ่มซำมื้อกลางวันอร่อยมาก

ส่วนอีกไฮไลท์ คือห้องอาหาร The Peak Wine & Grill บนชั้น 10 ของโรงแรมที่มองเห็นตัวเมืองได้รอบทิศทาง เป็นวิวมุมสูงของจังหวัดเชียงรายที่สวยงามมากครับ แนะนำให้มาจิบเบาๆ บนนี้ในช่วงเย็นครับ

วิวจากห้องอาหาร The Peak Wine & Grill ยามใกล้ค่ำที่จะมองเป็นไปไกลถึงวัดห้วยปลากั้งเลยทีเดียว

เช้าวันต่อมา เราวิ่งลงล่องใต้ไปทางพะเยาครับ เพื่อจะไปสถานที่ท่องเที่ยวอันสำคัญอีกแห่งของจังหวัดเชียงราย นั่นคือวัดร่องขุ่นครับ วัดร่องขุ่น (Wat Rong Khun) ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่ง เป็นวัดบ้านเกิดของอาจารย์เฉลิมชัย

ท่านได้อุทิศตนสร้างวัดอันยิ่งใหญ่นี้ขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ทางศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่แสนวิจิตรอลังการ ด้วยแรงปรารถนาที่จะสร้างวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ที่มนุษย์สัมผัสได้

เลยจากวัดร่องขุ่นไปไม่ไกล จะเป็นไฮไลท์ของเชียงรายอีกแห่งนั่นก็คือ Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงราย ครับ น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในไทย พื้นที่กว้างขวางกว่า 8,000 ไร่

ที่เห็นนี้จะเป็นโซนด้านหน้ามีรูปปั้นสิงห์ยักษ์สีทองเด่นตระหง่านคุ้นตา ประดับประดาด้วยแปลงดอกไม้สีสดใส กับธงหลากสีสันปลิวสะบัดหาง ช่วงที่ไปใกล้ปีใหม่ก็จะมีต้นคริสมาสต์ด้วย สีสันสวยงามคู่กับท้องฟ้าสีคราม มีร้านอาหาร ของฝาก ของที่ระลึกดักตั้งแต่ทางเข้าเลยครับ

เข้าไปด้านในมีกิจกรรมมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นปั่นจักรยานให้เช่าชมสวน หรือจะนั่งรถทัศนาจรทัวร์ฟาร์มก็ได้ หรือใครขับรถมาจะเข้าไปตรงโซนศูนย์กีฬาและสันทนาการ ที่เป็นบ้านสีแดง มีกิจกรรมเยอะครับ มีกิจกรรมซิปไลน์ให้เล่นท้าทายความกล้า มีทั้งหมด 2 ฐาน สามารถติดต่อได้ที่บริเวณบ้านแดง  นอกจากนี้ยังมีการให้อาหารวัววาตูซี่ Watusi Bull ยีราฟ ม้าลาย นกแก้ว ฯลฯ ด้วย

หรือสายชิวก็มาชมความงามของไร่ชา เป็นไร่ชาอู่หลงสายพันธุ์จินซวน (Jin Xuan) หรือ ชาอู่หลงเบอร์ 12 เป็นชาสายพันธุ์ไต้หวันที่ปลูกบนพื้นที่กว่าพันไร่ กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เป็นทิวแถวลดหลั่นกันลงมาสวยงามมากครับ

จากสิงห์ปาร์ค เรายังอยู่ในโซนนี้กันต่อนะครับ คืนนี้เราพักกันที่ เชียงราย เรียวกัง ซึ่งจะมีด่านหน้าคือร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่น Ryokan Cafe’ ครับ

เจ้าของเรียวกังเป็นสถาปนิกครับ ผมว่าเขาเก็บรายละเอียดการออกแบบได้ดี ภายในมีเสื่อ “ตาตามิ” (Tatami) ที่ใช้ใยกกมาทอแทนหญ้าอิคุสะ เนื่องจากไม่ค่อยทนทาน มีประตูบานเลื่อน “โชจิ” (Shoji) ที่กรุด้วยกระดาษฟางข้าวสีขาวนำเข้าจากญี่ปุ่น เหมือนที่เราเห็นในหนังนั่นแหละครับ

พอตกค่ำ พนักงานก็จะเลื่อนโต๊ะน้ำชาออกแล้วนำฟูกแบบฟุตง (Futon) มาปู เพื่อจัดเตรียมเครื่องนอนให้กับผู้เข้าพัก พร้อมกับวางนกกะเรียนพับไว้ เป็นสัญลักษณ์ถึงความเอาใจใส่ในการดูแลตามนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น

ส่วนภายในห้องได้ยกพื้นแบบ “โทโคโนมะ” (Tokonoma) เพื่อวางเครื่องตกแต่งห้อง มาครบทั้งแจกันดอกไม้ ภาพเขียนและเครื่องลายคราม ภายในห้องพักจัด ได้จัดเตรียมชุดยูกาตะ (Yukata) ไว้ให้เราสามารถใส่เดินเล่นถ่ายรูปภายในเรียวกังได้อีกด้วยครับ

อากาศหนาวๆ เรามาลองแช่ออนเซ็นอุ่นๆ สไตล์ญี่ปุ่นดู

ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาพักสไตล์ญี่ปุ่น ก็ขอเชิญแวะมาดื่มน้ำชา ร่ำกาแฟ และนอนพักค้าง ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายกับห้องพักในสไตล์เรียวกัง กลางทุ่งข้าว แถมยังมีออนเซ็นน้ำแร่ให้ได้แช่กายและมีอาหารเช้าสไตล์ญี่ปุ่นไว้คอยบริการ มีห้องเก็บงานศิลปะเป็นอาร์ต แกลอรี่ให้เราได้เสพผลงานดีๆ อีกด้วยครับ

นอกจากเรียวกัง และคาเฟ่แล้ว ยังมี Ryokan Art Center เป็นแกลอรี่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางป่าไผ่ มีภาพวาดและงานศิลปะจากเจ้าของเรียวกังและศิลปินชื่อดังของเชียงรายให้ได้ชมกัน ให้บรรยากาศและอารมณ์ที่หลากหลายมากครับ

แกลอรี่มีขนาดไม่ใหญ่ เดินชมงานสักพัก พอให้ได้เสพงานศิลป์ ครับ ผมว่าเชียงรายเป็นเมืองศิลปินที่แท้จริงเลยนะ งานศิลปะหลายแขนงเริ่มต้นที่นี่และทำได้ดีเสียด้วย หากมีเวลา หลังจากทานกาแฟเสร็จแนะนำให้มาเดินเล่นกันด้านใน Ryokan Art Center ครับ

เชียงรายดูเหมือนเป็นจังหวัดม้ามืดที่เหมือนไม่ค่อยมีอะไร แต่ 4 วัน 3 คืนที่ผ่านไปยังเที่ยวไม่พอเลยครับ มีเส้นทางเที่ยวให้เลือกหลากหลายมาก สายชิวอาจจะเที่ยวตามแพลนของผมได้ ถ้าสายขึ้นเขาก็ต้องเผื่อเวลาไปชมทะเลหมอกตามภูต่างๆ ด้วย ส่วนสายกิน รับรองว่าพุงแตกแน่นอน เพราะร้านอร่อยๆ เพียบ!! ปีใหม่ปีนี้ ชวนไปรับลมหนาวกันที่เชียงรายนะครับ

นี่ก็คือเรื่องราวการท่องเที่ยวเชียงรายที่ผมหยิบมาแนะนำกัน หากใครมีโอกาสไปเยือนดินแดนเหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง ก็ไม่ควรพลาดที่จะไปสัมผัสกันดูสักตั้งแล้วจะตกหลุมรักในความงาม ความมีเสน่ห์ของเชียงรายแบบผม