BABA BEACH CLUB PHUKET

BEACH : LIFE : MUSIC : WEEKEND  กลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการพักผ่อนไปเสียแล้วครับ

นักเดินทางทั่วโลก ต่างเสาะหาจุดหมายปลายทางใหม่ๆ (Destiantion) ที่สร้างแรงบันดาลใจและเติมไฟฝันให้กับชีวิต เมืองไทยจึงกลายเป็นจุดหมายยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งของโลกครับ โดยเฉพาะที่ “ภูเก็ต” (PHUKET) ซึ่งตอนนี้วาง Position ตัวเองให้กลายเป็น World Class Destination ไข่มุกแห่งอันดามันตอนนี้ได้ผันตัวเองเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไปเสียแล้ว

ใครว่าไม่น่าเชื่อ … ก็ไม่เป็นไร
เพราะมันเป็นไปแล้วครับ

ปัจจัยสำคัญอันนำไปสู่ความสำเร็จของภูเก็ตคือ 3S : Sea-Sand-Sun ด้วยสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเป็นเมืองท่องเที่ยวและพักผ่อนตากอากาศ มีชายหาด มีทรายขาว มีน้ำใสบริสุทธิ์จำนวนมากรายรอบ ที่ภูเก็ตมีเกาะบริวารมากถึง 32 เกาะ ยังมีโลกสีครามใต้ทะเลอันดามันเป็นจุดขาย และเป็นเมืองท่าที่สะดวกสบายต่อการเดินทางไปยังเกาะต่างๆ ในกระบี่และพังงา

เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่น่าสนใจของคนภูเก็ต ตลอดจนสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมผสานตะวันตก
หรือที่เรียกว่าชิโน-โปรตุกีส (Chino-Portuguese) ที่มีมานานร่วมร้อยปี เหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ของเมืองภูเก็ตที่ทรงเอกลักษณ์ สร้างจุดสนใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้มาเยือน

ภูเก็ต ยังเสริมจุดเด่นด้วยการเป็น TrendSetter ของ BEACH : LIFE : MUSIC เราสามารถ enjoy ในวันพักผ่อน ทานอาหารอร่อยและสนุกไปกับเสียงดนตรี

ซึ่งเวลานี้ต้องยกให้ที่นี่เป็นผู้นำเทรนด์ครับ Baba Beach Club Phuket Hotel โรงแรมในเครือศรีพันวาที่สร้างขึ้นมาในคอนเซ็ปต์ Music Lovers Hotel ลงทุนติดตั้งเครื่องเสียงร่วม 10 ล้านบาท OMG!! เพื่อตอบโจทย์สำหรับนักเดินทางที่หลงไหลในเสียงดนตรี ปาร์ตี้ และไลฟ์สไตล์การพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร จนทำให้โรงแรม 5 ดาวแห่งนี้เป็เหมือนแดนซ์ฟลอร์ขนาดใหญ่ที่ให้ความเป็นส่วนตัวสำหรับงานปาร์ตี้ได้ทุกมุม ดารา เซเลปทั่วฟ้าเมืองไทย ต่างปักหมุด เช็คอินที่นี่มาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น เพนเค้ก-เขมนิจ, เป๊ก-ผลิตโชค, แกรนด์ เดอะสตาร์, ฟลุ๊ค เกริกพล, พลอย หอวัง ฯลฯ

และวันนี้ “กานต์เดินทาง” จะพามาเช็คอินที่นี่ครับ

Contact Hotel : www.facebook.com/BabaBeachClub
Tel: +66 76 429 388
E-mail: phuket@bababeachclub.com
Website: www.bababeachclub.com/Phuket

รูปนี้ถ่ายโดยไม่ต้องอาศัยกราฟฟิคในการทำโลโก้ครับ เพราะประดับไว้บนหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนอน สะท้อนความเก๋ไก๋ ในความยูนีคของการออกแบบกับการตกแต่งในสไตล์ “ชิโนโปรตุกีส-แทง” นั่นคือการผสมผสานระหว่างสไตล์ชิโนโปรตุกีส (Chino – Portuguese) แบบภูเก็ต บวกกับสีสันสดใสของสไตล์ เชี่ยงไฮ-แทง (Shanghai Tang) จึงกลายมาเป็นการจับคู่สีสันอย่างสนุกสนาน
อย่างการใช้ logo สีชมพูสด (Shocking pink) ตัดสลัลการจับคู่สีส้มกับฟ้าเทอร์คอยว์ (Turquoise) ที่ดูแล้วเหมือนจะไปด้วยกันได้ยากแต่กลับออกมาลงตัว

เส้นสาย และ สีสัน ของ “ชิโนโปรตุกีส-แทง” ที่แสดงออกมาในดีเทลล์การออกแบบของโรงแรมแทบจะไม่ลดดีกรีลงเลยครับ มองไปมุมไหน ก็ดูเหมือนจะตื่นเต้น เร้าใจ คอยจะล่อให้เปิดสวิชท์กล้อง เพื่อลองเก็บภาพดู

งานนี้ต้องยกเครดิตให้กับ คุณปลาวาฬ – วรสิทธิ์ อิสสระ ทายาทคนโตของตระกูล “อิสสระ” กับการสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยความคิดสุดครีเอทีฟแฝงความขี้เล่นของคนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจการสร้างความแปลกใหม่แก่วงการ เพื่อมุ่งหวังให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจ

ทำเลที่ตั้งของโรงแรมจะอยู่เลยสนามบินนานาชาติภูเก็ตมาทางฝั่งโคกกลอย พังงา ซึ่งทำเลตรงนี้ถือว่าดีมาก ใกล้กับสนามบินภูเก็ต ใช้เวลาเดินทางแค่ 20 นาที ทางโรงแรมจึงใช้ชื่อว่า Baba Beach Club Phuket เพื่อง่ายในการจดจำแถมยังไม่ต้องเผชิญกับรถติดในตัวเมืองภูเก็ตอีกด้วย

เป็นทำเลที่ผมชอบมากครับ และพยายามจะหาที่ดินเล็กๆ สักผืน … แต่หายากมากกกกก

เพราะตรงโคกกลอยกำลังเป็นทำเลทองที่จะเกิดโรงแรมใหม่ๆ มากมาย ที่ดินแถวนี้มีราคาขยับขึ้นไปมากเลยครับ

เราสามารถมาถึงโรงแรมได้หลายวิธี  จะให้รถตู้โรงแรมไปรับก็ได้ (จ่ายแพงหน่อย)หรือจะใช้บริการเช่ารถจากสนามบินมาก็ได้ Taxi ก็มีให้บริการประมาณ 800 บาทต่อเที่ยว ส่วนผม “ใช้เพื่อนคนภูเก็ต” ครับ งานนี้เพื่อนบริการฟรี ไม่มีชาร์จ

เพื่อให้เข้ากับคอนเซปต์แบบจีนๆ เลขที่บ้านของโรงแรมจึงเป็นเลข 88 ซึ่งเป็นเลขมงคล นอกจากนี้ชื่อโรงแรมยังสอดคล้องกับคำว่าปลาเป็นเลขแปดนัดต่ำคนจีนนะครับซึ่งมีความหมายว่าอินฟินิตี้นั่นเอง

แหม .. เริ่มต้นก็ลงดีเทลล์กันเลยทีเดียวครับ

มองเข้าไปจะเห็นบริเวณประตูทางเข้าซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังรอต้อนรับเพื่อที่จะเช็คอินครับ

ในส่วนของ Lobby Check in นั้นต้องถือว่ามีการตกแต่งที่สวยงามมากๆ ครับ เพราะเป็น At first sign ของแขกที่จะเข้าพัก  ดังนั้น Lobby จึงต้องเป็นอะไรที่สะท้อนความเป็นตัวตนของโรงแรมได้ดีที่สุด เราจึงเห็นเฟอร์นิเจอร์ ภาพวาดผนัง ลวดลายต่างๆ โคมไฟเป็นไปในสไตล์เดียวกันหมดเลยครับ มีการใช้ทรงกลมเป็นดีไซน์หลักที่อ้างอิงมาจากรูกุญแจของจีนครับ

ส่วนคำว่า Baba นั้นมีรากศัพท์มาจากวัฒนธรรมที่งดงามของชาวภูเก็ต หรือที่ออกเสียงว่า “บ้าบ๋า ย่าหยา” ซึ่งเป็นชื่อเรียกลูกครึ่งชาวจีน-มลายู ที่อพยพมาทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกของไทยในสมัยโบราณครับ

มาถึงก็ทำการลงทะเบียนเช็คอินกันก่อนนะครับ ชอบปากกาของ Baba Beach Club มากครับ สีสันสดใส ในใจอยากจะขอซื้อกลับบ้านมาซักโหลแต่ก็เกรงใจครับ 555

… ล่อกันเป็นโหลเลยทีเดียว

ติดใจในส่วนของผ้าเย็น มาตั้งแต่ตอนไปเข้าพักที่ Baba Beach Club Hua Hin แล้วครับ เป็นผ้าเย็นผืนใหญ่ ตัว package นั้นสีสันสดใสครับสัมผัสได้ถึงความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้นใน 3 วัน 2 คืนต่อจากนี้กับการเข้าพักที่ Baba Beach Club Phuket ครับ

ระหว่างที่รอเช็กอินก็มีโอกาสเดินเล่นสำรวจรอบๆ บริเวณโรงแรมกันก่อนนะครับ

โรงแรมมีขนาดไม่ใหญ่มาก มีแนวคิดในการออกแบบมาจากโจทย์หลักก็คือความเป็น “บ้านมหาเศรษฐีของจีน” หรือคหบดีจีน ดังนั้นการออกแบบจึงถูกสะท้อนให้มีกลิ่นอายของความเป็น Luxury Old Town ทางจากของฝั่งภูเก็ตและพังงาครับ คอนเซปท์ในการดีไซน์ของโรงแรมแห่งนี้จึงถูกผสมผสานระหว่างความคลาสสิกของสไตล์ชิโนโปรตุกีสเข้ากับความเป็นสมัยใหม่สีสันสดใสของเซี่ยงไฮ้แทง เพื่อดีไซน์การพักผ่อนรูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นที่นี่

ทันทีที่ก้าวเท้าผ่านซุ้มประตูที่เป็นลักษณะของประตูพระจันทร์ (Moon Gate) ตามแบบประเทศจีน ซึ่งประตูจะเป็นรูปทรงกลมเหมือนพระจันทร์อันเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบ มองออกไปภาพเบื้องหน้าคือสระว่ายน้ำผืนใหญ่ ที่มีบีชบาร์อยู่ตรงปลายไว้คอยใ้ห้บริการ แล้วจากนั้น สระว่ายน้ำจะกลายเป็นแดนซ์ฟลอร์ในค่ำคืนนี้ครับ เพราะว่าที่นี่จะมีดีเจมาจากทั่วโลก สลับสับเปลี่ยนเพื่อเปิดแผ่นเปิดเพลงให้เราได้สนุกสนานกัน จึงเป็นการออกแบบที่ครบครันด้วยสีสัน ความสนุกสนานและความสะดวกสบายครับ

สอบถามตารางดีเจได้ที่ https://www.facebook.com/BabaBeachClub

Baba Beach Club Phuket บริหารงานโดย “ศรีพันวา” เกิดขึ้นจากการที่บริษัทฯ ต้องการมอบประสบการณ์การพักผ่อนสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างใกล้ชิดธรรมชาติท่ามกลางชายหาดส่วนตัว พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกสุดอลังการและมีความหลากหลายตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าพักทุกคน ทำให้มั่นใจได้ถึงความงดงามของสถานที่ความใส่ใจในรายละเอียดทุกสิ่ง รวมไปถึงความเป็นมาตรฐานของการบริการที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

ที่นี่มี 16 Units แบ่งเป็น Gabana ( Villa ) , Baba Suite , Baba Suite Ocean View, Baba Pool Suite และ Baba Pool Suite Ocean View นอกจากนี้ ยังมี Residence ติดหาด เป็นวิลล่า 3-5 ห้องนอน และยังมีโซนบ้านพักที่กำลังก่อสร้างอยู่บนพื้นที่ 42 ไร่ริมชายหาดนาใต้

ความรู้สึกแรกที่ได้สัมผัส เมื่อได้เดินทางไปถึง ทำให้นึกถึงการเดินเข้าไปในบ้านคหบดีจีนของภูเก็ตในอดีต แต่ละมุมก็จะมีเครื่องเรือนไม้เก่าๆ ลวดลาย ดีไซน์แบบโบราณจัดวางแบบคอนทราสต์ตัดกับสีสันสดๆ ในส่วนต่างๆ ของโรงแรม

เมื่อพนักงานทำการลงทะเบียนผู้เข้าพักเสร็จเราก็ลุกจากเก้าอี้ไม้โบราณที่บุผ้าสีเบาะด้วยช็อกกิ้งพิ้งครับ ตัดสลับกับพื้นหินอ่อนสีเข้มเพื่อช่วยลดทอนความขรึมออกไปบ้าง เติมความร่วมสมัยเข้ามา กลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาได้ยากครับ กับการออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียดมากขนาดนี้

ผมพักที่ Gabana ( Villa ) ครับ แต่ละบ้านก็จะมี Butler หรือพ่อบ้าน ทำหน้าที่อำนวยความสะดวก คอยดูแล ตั้งแต่ lobby ไปยันบ้านพัก อยากได้อะไรก็สามารถที่จะบอกได้เลย

Gabana Villa มีลักษณะบ้านเป็นหลังมีทั้งหมด 8 ยูนิตครับ ตัวบ้านจะมี 2 ชั้น จะเดินผ่านสวนด้านหน้า หรือว่าเข้าทางประตูบ้านด้านหลังก็ได้ครับ (ใครลากกระเป๋า เข้าข้างหลังจะดีกว่า)

ชั้นล่างเปิดเข้ามาจะเจอ Living Room ถัดไปด้านในเป็น Pantry มีตู้เย็นครัวเล็กๆ พร้อมไมโครเวฟและเครื่องจานชามต่างๆ ถ้วยกาแฟ พร้อมแคปซูลไว้บริการ มีโต๊ะสูงสำหรับหลายคนด้วย เหมาะสำหรับการมานั่งดริงก์เบาๆ ทานอาหารว่าง ในช่วงๆสบายๆ ในส่วนของตู้เย็นๆ มีของเหมือน Sri Panwa ทานได้ทุกอย่าง เติมได้ตลอด ส่วนด้านบนเป็นห้องนอนเต็มชั้นครับ มีระเบียงด้านในไว้ให้นั่งชมวิว

มองจากมุมห้องรับแขกออกมายังบริเวณสวนหน้าบ้านด้านหน้ามองผ่านประตูบ้านเฟี้ยม จะพบถึงความเขียวชอุ่มร่มรื่นของพันธุ์ไม้นานาที่ปลูกประดับไว้ครับ ถัดไปจะเป็นสระว่ายน้ำเรียกได้ว่าออกมา 3 ก้าวก็ลงสระได้เลยครับ แต่ผมชอบที่จะนั่งอยู่ในบ้านแล้วดูบรรยากาศแวดล้อมด้านนอก

สบายๆ ในวันพักผ่อนแบบนี้ครับ

ในส่วนของมุมรับแขกหรือว่า living room นั้น ทั้ง 3 ด้านสามารถเปิดโล่งด้วยประตูบานเฟี้ยมครับ ทำให้เราสามารถสัมผัสกับบริบทภายนอกได้อย่างสบายใจและมีความเป็นส่วนตัวอยู่สูงพอสมควรครับ บริเวณภายในห้องรับแขกนั้นมีโซฟาใหญ่สามารถนั่งได้หลายคน เหมาะสำหรับการรับรองเวลาที่เพื่อนแวะมาคุยด้วย ส่วนบนโต๊ะนั้นก็เป็นสมุดเรื่องราวของทางโรงแรมแนะนำสถานที่น่าสนใจ มีเมนูอาหารของว่าง สามารถสั่งมาทานกับเพื่อนๆ ที่บ้านได้ มีเกมสนุกๆ ให้เล่นในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เราสามารถเปิดเพลงคลอ สร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านได้ด้วยลำโพงบลูทูธจาก Fender ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสดีที่เหมาะแก่การหยิบหนังสือเล่มโปรดติดมือมาซักเล่ม แล้วนั่งละเลียดตัวอักษรอย่างผ่อนคลายสบายใจครับ

หรือหากหิว ก็ขยับตัวไปทางด้านหลัง มี pantry ไว้เป็น station คอยให้บริการ มีผลไม้วางไว้ให้ทานเล่น มี snack ไว้ในตู้ด้านหลัง พร้อมกับบริการเครื่องดื่มแช่ในตู้เย็น ส่วนเครื่องดื่มร้อน ชา กาแฟ สามารถเลือกทานได้จากเครื่องชงด้านหลังครับ

ที่สำคัญเติมให้ทานได้ตลอดทั้งวันครับ

ในส่วนของเตียงนอนสีขาวก็ต้องถือว่าไม่ธรรมดาครับ ที่นอนหนานุ่มน่านอนมากกกกกกก มีโต๊ะทำงานเล็กๆข้างเตียง ส่วนหัวเตียงมีที่ชาร์ทไฟหลายจุดมาก ส่วนระบบไฟที่เป็นไฮไลท์ของ Baba Beach ก็เหมือนกับที่หัวหินครับ เราสามารถเลือกระดับของไฟตามการตั้งโปรแกรมเอาไว้ไม่ว่าจะเป็น ระบบไฟแบบให้ความรู้สึกผ่อนคลาย หรือไฟเซ็กส์ซี่ภายในห้องพัก นอกจากนี้ยังมี iPod พร้อมจัดเพลย์ลิสต์ที่คัดสรรเพลงโดนๆ เวลาว่างเราสามารถนอนฟังเพลงชิลล์ๆ ได้ทั้งวันครับ

ขึ้นมาด้านบนชั้นสองบริเวณห้องนอน ผมค่อนข้างชอบมุมนี้เป็นพิเศษครับ เป็นระเบียงที่ยื่นออกไปจากภายในบริเวณตัวห้อง เราสามารถมองเห็นอาณาบริเวณของโรงแรม โดยเฉพาะสระว่ายน้ำและชายหาดครับ ถ้าเบื่อก็สามารถหมุนทีวีมาดู หรือจะฟังเพลงจากชุดเครื่องเสียง Bose ได้เลยครับ

เอาเข้าจริงผมสามารถนั่งที่มุมนี้ได้เป็นวัน ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้ความรู้สึกส่วนตัวเป็นที่สุดครับ

อีกส่วนที่ชอบ คือการใช้ mood and tone ของโรงแรมที่นี่ครับ สถาปนิกรสนิยมดีมากเลือกใช้สีที่มีความกลมกลืนและไม่ลืมความเด่นเด้งที่จะออกมาตามสไตล์ของเซี่ยงไฮ้แทง และที่สำคัญทุกอาณาบริเวณของโรงแรมสามารถออกแบบให้เข้ากันได้อย่างกลมกลืนครับ

เก็บกระเป๋าเดินทางเข้าที่ก่อนครับ จากนั้นก็นำเสื้อผ้าและข้าวของส่วนตัวออกมา จัดวางให้เข้าที่

ภายในห้องน้ำมีสุขภัณฑ์เป็นแบบอัตโนมัติของญี่ปุ่น มาพร้อมอ่างอาบน้ำสีขาวทรงรีให้นอนแช่ผ่อนคลายอย่างสบายใจ และส่วนของห้องอาบน้ำมีทั้งฝักบัวธรรมดาและ rain shower

ผมชอบรูปนี้ครับ เคยเขียนแคปชั่นเอาไว้ว่า

เมื่อคุณอายุมากขึ้น
คุณไม่ได้เหลือเพื่อนน้อยลง
เพียงแค่คุณมองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น
ว่าใครคือเพื่อนแท้ของคุณจริงๆ

โถงบันไดมีความโปร่งและโล่งดี มองดูสภาพแสงแล้วสวยเข้าที ถึงขั้นสามารถตั้งกล้องถ่ายตัวเองตรงนี้ได้อย่างสบาย ลงไปเดินเล่น ชมรอบๆ โรงแรมก่อนนะครับ

เดินออกจากบ้านมา 3 ก้าว เราก็ถึงสระว่ายน้ำ พร้อมบีชบาร์ ตั้งเด่นเป็นสง่า เราสามารถขึ้นบันไดวนไปถ่ายรูปด้านบนของบาร์ได้ สถาปนิกออกแบบให้ผู้เข้าพัก เมื่อกลับจากปาร์ตี้กินดื่มเต็มที่แล้วสามารถเดินเข้าห้องพักได้เพียงไม่กี่ก้าวจากแดนซ์ฟอร์บริเวณสระว่ายน้ำ

อีกมุมหนึ่งที่อยากชวนมาเล่นกัน โดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายรูป หรือมีแฟนที่ชอบถ่ายรูป โรงแรมมีมุมสนุกๆ ให้เล่นเยอะครับ อย่างรูปนี้ก็ถ่ายย้อนขึ้นไปในกระจกของบีชบาร์ จะสะท้อนลายงามของพื้นสระน้ำ สวยแปลกตาไปอีกแบบครับ

บริเวณชายหาดด้านในติดกับสระว่ายน้ำ ท่ามกลางดงต้นเตยทะเล จะมีเก้าอี้ชายหาด แทรกตัวอยู่ครับ เราสามารถมานั่งหลับพักผ่อนรับลมเย็นๆ จากทะเลได้ที่นี่ มีผ้าเช็ดตัว น้ำแข็ง น้ำเปล่า คอยให้บริการฟรี และเป็นบริการแบบที่ไม่ต้องเรียกเลยนะครับ เหมือนพนักงานที่นี่มีเซนต์ตลอดเวลา นั่งปุ๊บมาปั๊บเลยครับ

DJ มาประจำตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงค่ำครับ สลับกันไปเรื่อยๆ นับเป็นการพักผ่อนหนึ่งเดียวในแบบ Baba Beach Club Vibe ที่ให้ผู้หลงรักเสียงเพลง และงานปาร์ตี้ได้ใช้ชีวิตท่ามกลางหาดทราย และชายทะเลอันดามันอย่างมีระดับ

แดดเริ่มร่ม ลมเย็นสบายๆ ผู้คนก็เริ่มมาใช้บริการสระว่ายน้ำมากขึ้นครับ ก่อนที่ในช่วงค่ำมันจะแปรสภาพเป็นแดนซ์ฟอร์ลขนาดใหญ่กลางแจ้ง

อ่อ!! ที่นี่ยังเปิดให้แขกภายนอกที่ไม่ได้เข้าพัก แต่สามารถที่จะร่วมกินดื่มปาร์ตี้ได้ครับ ทางโรงแรมมีการอำนวยความสะดวกให้พร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ตู้ล็อกเกอร์เก็บของ ห้องอาบน้ำ  ทั้งนี้ก็เพื่อมุ่งหวังให้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวผู้รักใน BEACH LIFE MUSIC ครับ

โรงแรมมีห่วงยางแฟนซีไว้คอยให้บริการ จะเป็นฟลามิงโก้ โดนัท เป็ด ห่าน ยูนิคอร์น เรามีหมด ไม่ต้องแบกมาจากกรุงเทพให้หนักจ้ะ

ทุกก้าวเดินในบริเวณโรงแรมทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการขยับมือและขาตามจังหวะเพลงที่ Line-up DJs ของแต่ละวันมิกซ์กันสดๆ ผ่านระบบเครื่องเสียงชั้นนำของโลก Function One นำเข้าจากประเทศอังกฤษดีกรี Loud Speakers เดียวกับ Beach Club ที่ Ibiza ประเทศสเปน เป็นการตอบรับการพักผ่อนได้ทั้งช่วงกลางวัน และกลางคืน

เราเดินชมส่วนต่างๆ ภายในโรงแรมกันเล่นๆ ครับ

ประตูพระจันทร์ (Moon Gate) มาจากคำกล่าวที่ว่า “ดอกไม้สวยงามเมื่อพระจันทร์เต็มดวง” (Flowers are beautiful when the moon is full.) หรือสิ่งที่เป็นความสุขในชีวิต

จากอีกคำกล่าวที่ว่า “มนุษย์มีทั้งสุขและทุกข์ พบเจอและพลัดพราก พระจันทร์ส่องสว่างและริบหรี่ ลอยขึ้นหรือลง” (People have sorrow and happiness; they part and meet again. The moon dims or shines; it waxes or wanes.)

นอกจากนั้น ลักษณะที่คล้ายคลึงกับรูปพระจันทร์ไม่เพียงแต่บ่งถึงการอวยพระให้มีความสุขและสนุกสนาน ยังเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมจีนอีกด้วย กลายเป็นความหมายในทางจิตวิญญาณหลากหลายแบบแตกต่างกันไป แต่ จุดประสงค์ของประตูนี้ใช้เพื่อเชื้อเชิญชนชั้นสูงหรือผู้มีฐานดีให้เข้าเยี่ยมชมสวน ดังนั้นในอดีตประตูพระจันทร์จึงมักสร้างขึ้นในสวนของผู้สูงศักดิ์เท่านั้น  ลักษณะที่คล้ายคลึงกับรูปพระจันทร์ไม่เพียงแต่บ่งถึงการอวยพระให้มีความสุขและสนุกสนาน ยังเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมจีนอีกด้วย

ที่นี่ห้องอาหารจะมี 2 ชั้น

ชั้นล่างจะเป็น Baba Beach Restaurant
ตกแต่งในสไตล์ Chino Portuguese ห้องอาหารนี้เป็น All-Day Dining เสิร์ฟอาหารนานาชาติตลอดทั้งวัน และเป็นสถานที่สำหรับทานมื้อเช้าแบบ A la carte
เปิดบริการตั้งแต่ 7 am. – 11 pm.

ส่วนที่ชั้น 2 เป็นร้าน BABA IKI เน้นเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นตกแต่งโทนสีส้มสด ตัดกับลวดลายสไตล์ญี่ปุ่น เพิ่มความจัดจ้านให้กับจานอาหาร

เชฟอาหารญี่ปุ่น กำลังบรรจงแล่ซูชิจากปลาชั้นดี ที่อิมพอร์ตมาถึงภูเก็ตครับ จึงรับประกันความสด อร่อย และที่สำคัญราคาไม่ต่างกับร้านอาหารในห้างทั่วไป

Rainbow Maki (600฿) อีกเมนู Signature ที่มา BABA IKI แล้วต้องสั่งครับ
ฉ่ำมากกกก

ห้องอาหารชั้นล่างจะตกแต่งในสไตล์ที่นุ่นนวลกว่า เป็นกันเอง เป็นแบบ Open Air เปิดโล่งครับ ห้องอาหารเช้าของที่นี่ ในการมารับประทานจะมีใบแสดงรายการอาหารเช้า ซึ่งสามารถเลือกจะรับประทานที่ห้องอาหาร หรือให้ไปเสิร์ฟที่ห้องก็ได้ ครับสามารถสั่งอาหารได้หลากหลายประเภทตามเมนูนี้โดยไม่จำกัด อาหารจะมีทั้งแบบฝรั่ง พวกไข่ต่าง ๆ ขนมปัง แฮม ไส้กรอก มะเขือเทศย่าง ฯลฯ กับขนมปัง พาสทรี่หลายชนิด ส่วนแบบไทยเป็นพวกข้าวต้ม จะหมูไก่ กุ้ง
และแบบอาหารใต้ที่เป็นขนมจีนก็มีครับ …. ซึ่งอร่อยมากกกก

ยอมรับว่าอาหารเช้าของที่นี่ มีให้เลือกไม่มากแต่จัดหนักด้วยขนาดและรสชาติ ว่ากันด้วย Egg Benedict ถือว่าเป็น Signature Breakfast ของที่นี่เลย มีเมนูให้เลือกทานครับ อาหารเช้าที่นี่จะเป็นแบบ made-to-order ครับ สั่งได้จากเมนู ระหว่างที่รออาหาร สั่งกาแฟมาทานก่อนครับ มีความชอบลาเต้ร้อนของที่นี่มาก มีความแก้วใสและแก้วใหญ่ เพื่อโชว์เลเยอร์

“ขนมจีนแกงปูใบชะพลู” ของที่นี่ก็ถือว่าเป็นไอเท็มลับที่ห้ามพลาดครับ แต่แนะนำว่าให้รอทานในส่วนของอาหารเช้าจะดีกว่าเพราะว่าอยู่ในไลน์อาหาร ตัก/สั่งได้ไม่อั้นครับ ถือเป็นเมนูยอดฮิต แต่ถ้าใครมาเที่ยวภูเก็ตแล้วอยากจะลองชิมขนมจีนแกงปูชะพลูรสเด็ด ผมแนะนำว่ามาทานที่ห้องอาหารของ Baba Beach Beach Phuket ได้ครับ ทั้งในมือกลางวันได้มือค่ำ

รับประกันความหรอยยยยยย

สั่งไปทานในสระ …. Floating Breakfast

ถามว่าได้มั้ย

ระวังหกก็แล้วกันครับ

ดยรวมแล้ว Baba Beach Club Phuket เหมาะกับการมาพักผ่อนกับแฟน กับครอบครัว มาสนุกกับเพื่อนๆ มาใช้ชีวิตร่วมกันที่นี่ และไม่ลืมที่จะมีเวลาเป็นส่วนตัว เพื่อซึมซับเอาความรู้สึกและความประทับใจที่ดี กลับบ้านไปให้หมด เพราะสิ่งที่จะได้รับมันครบเครื่องยิ่งกว่าเรื่องการเที่ยวทะเล

และต้องยอมรับว่ามาตรฐานของศรีพันวา ทำไว้สูงมาก ทั้งเรื่องคุณภาพและการบริการ เจอพนักงานทีไร เรียกชื่อทักทายตลอด ผมว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่สร้างยากแต่สร้างได้ และที่นี่ สร้างให้มันเกิดขึ้นได้แล้วคือการสร้างจิตวิญญาณของการเป็นผู้ให้บริการ ไม่ว่าคุณจะอยู่แผนกไหนก็ตาม สามารถประสาน รับเรื่อง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีทั้งสิ้น เป็นเหมือนเจ้าบ้านที่คอยดูแลแขกเหรื่อเมื่อมาถึงเรือนชาน อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง ต้องยกนิ้วให้ กับ Over Standard and Over Expectation
และที่สำคัญ … อย่าลืมปล่อยใจให้ “อิสระ” ไปกับ Baba Beach Club Phuket

“อย่าคาดหวังว่าเราจะเดินไปถึงปลายทาง แต่จงคาดหวังว่า เราจะไม่เดินห่างและหายไป และที่สำคัญ ไม่ลืมที่จะมีความสุขไปกับระหว่างทางที่เดิน”

ขอบคุณสำหรับการติดตามรับชมครับ