ศิวลึงค์ไม่ใช่เรื่องทะลึ่งในภูฏาน

ตามประวัติของภูฏานแล้วพบว่า ในอดีตมีพระลามะรูปหนึ่งคือท่านดรุ๊กปา คินเลย์ พระลามะจากสำนักดรุ๊กปา เกยุปา ที่มีบุคลิกและพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากพระลามะรูปอื่นอย่างสิ้นเชิง

ท่านไม่เน้นสอนเรื่องเร้นลับและปริศนาธรรมให้ชาวบ้านต้องตีความลำบากยากแก่การเข้าใจเหมือนลามะรูปอื่น แต่กลับสอนธรรมะโดยใช้เรื่องราวที่สื่อสารได้ง่าย มีมุขตลกขบขัน และที่สำคัญมักแทรกความสัปดนด้วยความเป็นคนทะลึ่งตึงตัง จึงทำให้บุคลิกท่านดูไม่ค่อยสำรวมหรือเคร่งขรึมแถมยังชอบใช้ชีวิตอิสระและเร่ร่อนเดินทางไปตามที่ต่างๆ

แต่ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นเช่นนี้เอง ท่านจึงเป็นที่จดจำและกล่าวขานของชาวบ้านทุกเพศทุกวัย และมอบสมญานามให้ท่านว่า “เทวาวิปลาส” หรือพระลามะผู้บ้าคลั่ง

ตามตำนานเล่าว่า มีครั้งหนึ่งในดินแดนภูฏานแถบตะวันตก ชาวบ้านเผชิญกับภูตผีปีศาจพญามารที่เข้ามาก่อกวน ท่านดรุ๊กปา คินเลย์จึงได้สอนชาวบ้านว่า ถ้าจะเผชิญมารก็ให้ใช้องคชาตของตนตีกบาลเหล่ามารร้ายให้ยอมสยบ แล้วสั่งให้มันมาเป็นผู้คอยพิทักษ์พุทธศาสนาสืบไป

ดูท่านสอนสิ!?!!

แต่ด้วยคำสอนที่เข้าใจง่ายเช่นนี้จึงทำให้ชาวบ้านถูกอกถูกใจ ดังนั้นเมื่อเราเดินทางไปที่ภูฏาน จะเห็นภาพวาดบริเวณผนังบ้านด้านนอกเป็นรูปศิวลึงค์หรือองคชาตโบยบิน โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการช่วยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและปกป้องให้บ้านเรือนของตนรอดพ้นจากปีศาจมารร้ายทั้งปวง