การมาเยือนไทยของ Tobu Group จากประเทศญี่ปุ่น

กำลังวางแผนจะไปเที่ยวญีปุ่นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ประมาณพฤศจิกายนปีนี้ โดยผมตั้งเป้าไว้ที่เมืองมรดกโลกนิกโก (NIiko)

ก็บังเอิญประจวบเหมาะกับที่รถไฟโทบุ (Tobu Railway) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภาคคันโต โดยคณะผู้บริหารโทบุกรุ๊ปจากญี่ปุ่นมาแนะนำตัวที่เมืองไทยพอดี เลยมีโอกาสไปร่วมงานกับเค้า เพื่อจะได้อัพเดทข้อมูลใหม่ๆ มาเล่าให้ฟังกันครับ

รถไฟโทบุคืออะไร?

คือรถไฟสายที่เรานิยมนั่งไปนิกโก เมืองมรดกโลกกันนี่แหละครับ จริงๆ แล้วรถไฟสายโทบุเป็นไฟที่วิ่งในเขตโตเกียว จังหวัดไซตะมะ จังหวัดชิบะ จังหวัดโทชิงิ และจังหวัดกุมมะ รวมระยะทางเส้นทางรถไฟทีให้บริการมีมากถึง 463.3 กิโมเมตร

แต่ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ นิยมใช้ Tobu Nikko Pass กันมากว่าเพราะคุ้มค่าและตรงความต้องการกว่ามาก ไหนจะมีตั๋วรถไฟ แถมรถบัส และบางพาสยังมีเข้าชมสถานที่บางแห่งและพวก Theme Park ฟรีอีกด้วย

คราวนี้จะไปศาลเจ้านิกโกโทโชงู จะไปคินุงาวะออนเซ็น ไปสวนสนุก หรือไปเที่ยวที่ไหนๆ รอบนิกโกก็สบายใจ

หรือหากใครอยากนั่งรถไฟโทบุจากอิเคะบุโระ ไปกินข้าวหน้าปลาไหลร้าน “อุนะโกะ” ที่เก่าแก่กว่า 200 ปี ที่เมืองเก่าแก่อย่างสมัยเอโดะอย่าง “คาวาโกเอะ” (Kawagoe) ก็สบายๆ ใช้เวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น

ที่สำคัญ การได้พบกับผู้บริหารของรถไฟโทบุ ทำให้ผมได้ทราบว่า วันที่10 สิงหาคมนี้ โทบุจะนำรถจักรไอน้ำโบราณ “ไทจุ” มาวิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวเพิ่มความคลาสสิก ตั้งแต่ชิโมะอิมะอิชิ ไปยังคินุงาวะออนเซ็น  แค่ได้ฟังก็ตื่นเต้นมากแล้วครับ!!

แต่จากการได้พูดคุยกับผู้บริหารจากโทบุกรุ๊ป ทำให้ได้รู้ว่า โทบุไม่ได้มีแต่เพียงแค่รถไฟในการให้บริการเท่านั้น แต่ยังมีโรงแรม ด้วย อย่างโรงแรม Nikko Kanaya  ซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์ตะวันตกที่เก่าแก่มากของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสนามกอล์ฟ สปอร์ตคลับ มีสวนสนุก Tobu World มีธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กระจายอยู่รอบเส้นทางรถไฟโทบุด้วย

แต่ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ โทบุเป็นเจ้าของ Tokyo Sky Tree ที่เรามองเห็นเด่นเป็นสง่าตั้งแต่มาเที่ยววัดโคมแดง อาซะกุสะ แล้วล่ะ เชื่อว่าหลายคนก็คงเคยขึ้นไปชมวิวด้านบนหอคอยมาแล้วแต่ไม่ทราบ (เหมือนผม) 5555

เมื่อวานก็เลยได้ไปกระทบไหล่ ソラカラちゃん (Sorakara-chan) โซระคะระ จัง Mascot ของ Tokyo Sky Tree ที่บินมาเมืองไทยเพื่อแนะนำตัวให้ได้รู้จักกัน

เรียกได้ว่า Tobu เค้าก็เป็นขาใหญ่ที่ญี่ปุ่นเหมือนกันนะเนี่ย 

การมาไทยของโทบุ บ่งบอกอะไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไทยเป็นตลาดท่องเที่ยวที่ใหญ่สำหรับญี่ปุ่น แม้จะเป็นอันดับ 5 รองจาก จีน เกาหลี ไต้หวัน และฮ่องกง ซึ่งอยู่ใกล้ญี่ปุ่น มีระยะการบินไม่เกิน 3 ชั่วโมง แต่ไทยเป็นอันดับหนึ่งของตลาดท่องเที่ยวที่บินไปญี่ปุ่นตั้งแต่ 5 ชั่วโมงขึ้นไป

ตัวเลขล่าสุดของนักท่องเที่ยวไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นปี 2559 อยู่ที่ 9.01 แสนคน และปี 2560 คาดว่าจะแตะตัวเลข 1 ล้านคน

การมาไทยของคณะผู้บริหารโทบุกรุ๊ป จึงเป็นสัญญาณว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น พร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวไทยและต้องการเข้าไปนั่งในใจคนไทยให้ได้ หลังจากก่อนหน้านี้ นักท่องเที่ยวไทยได้ทำความรู้จักญี่ปุ่นผ่านการท่องเที่ยวมาแล้ว 1-2 ครั้ง

ครั้งต่อไปจะเป็นการสร้างแบรนด์ดิ้งให้เกิดขึ้นให้ได้ โดยการขนเอาทุกองคาพยพของธุรกิจมานำเสนอและจัดเป็นแพกเกจ เพราะโทบุเองก็มีบริษัทท่องเที่ยวของตัวเอง Tobu Top Tours อยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ไม่ยากนักหากจะจัดโปรแกรมให้เกิดขึ้นตามพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแต่ละคนบนฐานธุรกิจของโทบุกรุ๊ป

เชื่อมั่นว่าหากโทบุกรุ๊ป รุกคืบอย่างต่อเนื่อง พยายามสานสัมพันธ์ที่ดีกับนักท่องเที่ยวชาวไทย สร้างแบรนด์ธุรกิจในเครือในแจ้งเกิดในใจคนไทยได้ จะทำให้ธุรกิจของโทบุกรุ๊ป ไปได้ไกลถึงขั้นข้ามน้ำข้ามทะเลมาลุยธุรกิจในเมืองไทยเลยก็ได้

ใครจะไปรู้ …